Home บทสัมภาษณ์ กลิ่นอาย ‘โกโก้’ จากชุมชน สู่คาเฟ่คราฟ์ช็อกโกแลต DARQ

กลิ่นอาย ‘โกโก้’ จากชุมชน สู่คาเฟ่คราฟ์ช็อกโกแลต DARQ

151
ในธุรกิจร้านอาหารประเภทเครื่องดื่มนั้น คงปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเมนูยอดนิยมอีกหนึ่งเมนูนอกจากกาแฟ ก็คือ ช็อกโกแลตหรือโกโก้ที่เป็นเครื่องดื่มที่คนเกือบทั่วโลกมักสั่งกัน แต่หลาย ๆ คนอาจคิดว่าโกโก้หรือช็อกโกแลตที่เรา ๆ ทานกันอยู่น่าจะนำเข้ามาจากต่างประเทศ อย่างเบลเยี่ยมหรือฝรั่งเศส
.
แต่รู้หรือไม่ว่าที่จริงแล้ว ประเทศไทย ของเราเองก็มีแหล่งผลิตโกโก้ที่มีรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์อยู่มากมายหลายจังหวัด ซึ่งคุณแมว พิสิฐ สุธีโร เจ้าของร้าน DARQ คราฟโกโก้ของเมืองไทย เห็นถึงจุดเด่นของช็อกโกแลตในเมืองไทยซึ่งในปัจจุบันยังไม่เป็นที่นิยมมากนัก ว่าน่าจะนำมาทำการตลาดเพื่อขยายทางเลือกให้กับลูกค้าได้ และในฐานะเจ้าของธุรกิจร้านอาหารที่มีประสบการณ์มาพอสมควร คุณแมวจึงได้ไอเดียในการนำโกโก้จากทั่วทุกภาคของประเทศไทยมาไว้ในร้าน DarQ ธุรกิจร้านอาหารคาเฟ่ของตัวเองเพื่อทำการตลาดให้เติบโตขึ้นต่อไป
.
จุดเด่นของร้าน DarQ คือการพาลูกค้าไปท่องเที่ยวตามจังหวัดต่าง ๆ ด้วยการดื่มโกโก้หรือช็อกโกแลตที่มีแหล่งกำเนิดมาจากจังหวัดนั้น ๆ เช่น ช็อคโกแลตที่มาจากจังหวัดเชียงราย จะมีกลิ่นของกล้วยตาก น้ำผึ้งและกลิ่นดอกไม้อ่อน ๆ หรือของจังหวัดเพชรบูรณ์จะมีกลิ่นของสมุนไพรอ่อน ๆ ที่มีความเป็นเอกลัษณ์เฉพาะตัวค่อนข้างสูง เพราะรสชาติของโกโก้จากแต่ละจังหวัดจะให้กลิ่นและรสชาติที่ไม่เหมือนใคร มีความเป็นเอกลักษณ์หรือเสน่ห์ที่โดดเด่นตามแบบของตัวเอง ซึ่งเกิดจากสิ่งแวดล้อมในการปลูก ดิน น้ำ ในจังหวัดนั้น ๆ
.
สิ่งที่คุณแมวต้องการมากที่สุดก็คือการให้ลูกค้าได้ลองชิมรสชาติโกโก้ที่แตกต่างจากที่อื่น เพราะอันที่จริงแล้วทั้งโกโก้และช็อคโกแลตต่างก็มีต้นกำเนิดมาจากต้น cacao เช่นเดียวกัน (หลายคนน่าจะไม่รู้เพราะรสชาติค่อนข้างคล้ายกันมาก) แต่ต่างกันตรงที่ปริมาณของไขมันซึ่งในกระบวนการคัดแยกไขมันออกไปนั้น ตัวช็อกโกแลตจะมีไขมันมากกว่าโกโก้ ซึ่งลูกค้าทั่วไปก็จะคุ้นชินกับช็อกโกแลตหรือโกโก้ที่ชงทั่วไปการได้ลองคราฟช็อกโกแลตจึงเป็นเรื่องที่แปลกใหม่ โดยทางร้านจะต้องแนะนำเกี่ยวกับโกโก้เพื่อให้ลูกค้าได้สัมผัสรสชาติของโกโก้ที่ไม่เคยได้ทานจากที่ไหนมาก่อน
.
สิ่งที่คุณแมวได้รับจากการทำร้านอาหารก็คือ “รสชาติชีวิต” เพราะการทำร้านอาหารมีปัญหาหลากหลายมากมายให้ต้องเรียนรู้ คุณแมวได้ทั้งความสุข ความวุ่นวาย ความอุ่นใจ และประสบการณ์ที่ทำให้เติบโตได้ จากการทำร้านอาหารที่มอบอะไรที่มากกว่า รสชาติอาหาร ให้กับเขา เมื่อได้สัมภาษณ์ผู้ชายคนนี้ ผมเองก็รู้สึกได้เลยว่า นี่คือวิธีการคิดที่ดีของเจ้าของธุรกิจที่มองอาหารเป็นมากกว่าธุรกิจ แต่มันคือชีวิตที่เขาทุ่มเทเพื่อสร้างมันขึ้นมา การมองเห็นโอกาสแล้วคว้าเอาไว้ก่อนเป็นเรื่องที่น่านับถือ เพราะต้องอาศัยความกล้าและการศึกษาอย่างมากเพื่อให้เข้าใจในสิ่งที่เราจะนำเสนอ
.
ยิ่งเจ้าของธุรกิจที่ตั้งใจจะทำร้านอาหารประเภทคาเฟ่ ผมเชื่อว่ามีเยอะมาก ที่ยังไม่กล้าทำเพราะอาจจะเห็นว่าคนอื่นทำกันเยอะแล้ว หรือยังไม่มีไอเดียที่แปลกใหม่ ลองนำเอาแนวคิดของคุณแมวไปลองปรับใช้กันดูนะครับ เพราะแนวคิดที่แตกต่างนั้นย่อมนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ไม่เหมือนเดิมอย่างแน่นอน