torpenguin Archives - Torpenguin

เรือนจรุง – ร้านที่สร้างปรากฏการณ์จองร้านข้ามปี

จากพนักงานโปรดักชั่นในวงการที่ไม่มีงานจ้างมาสู่เจ้าของร้านอาหารที่จองยากที่สุดในประเทศไทย ผมเคยได้ยินชื่อร้านอาหารเรือนจรุงมาซักพักแล้วว่าเป็นร้านอาหารที่ขึ้นชื่อเรื่องการจองยาก และคนที่ขี้เกียจจองอย่างผมอย่าหวังว่าจะได้มีโอกาสไปลองทาน จนวันนึงมีพี่เคารพในวงการอาหารท่านนึงบอกว่าเค้าจัดรอบพิเศษขึ้นมาสนใจมั้ย ปรากฏว่าผมกลับติดงานเลยต้องไปปฏิเสธไปด้วยความเสียดายที่สุด แต่อาทิตย์ต่อมาพี่คนนี้ก็มาบอกว่าอีกว่ามีจัดอีกรอบ ครั้งนี้รอบสุดท้ายละนะไม่ไปครั้งนี้รออีกทีปีหน้าเลย เท่านั้นแหละผมรีบจัดคิวตัวเองให้ว่างเพื่อจะได้ไปลองร้านที่ได้ขึ้นชื่อว่าจองยากที่สุดในเมืองไทย ณ ชั่วโมงนี้ทันที เรานัดกัน  11.30น. ซึ่งผมเผื่อเวลาออกจากบ้านตั้งแต่ 9 โมงตรง เพราะเผื่อเวลาหลงทางไปด้วยและร้านนี้นั้นก็ตั้งอยู่ในจังหวัดอยุธยาฯ  ซึ่งดูจากแผนที่แล้วไม่ได้อยู่ในตัวเมืองแน่นอน  พอมึงทางเข้านี่ก็ยังแอบกลัวว่าเราจะมาผิดทางรึเปล่าเพราะถนนที่เข้าไปร้านนั้นไม่ต่างอะไรกับทางชนบทที่รถแทบจะสวนกันไม่ได้ สองข้างทางก็มีแต่ไร่นา ป้ายร้านอาหารก็ไม่มีบอก แต่ในที่สุดเราก็มาถึงแบบงงๆ พลางคิดในใจว่า “ใครมันจะบ้าเอาร้านอาหารมาตั้งอยู่บ้านนอกกลางทุ่งนาขนาดนี้วะ” ร้านอาหารเรือนจรุงนั้น เป็นร้านอาหารที่ดูไม่เหมือนร้านอาหารทั่วไป แต่ดูเหมือนมาทานอาหารบ้านเพื่อนมากกว่า ซึ่งก็เป็นความตั้งใจของ “พี่เหมียว” เจ้าของร้านตั้งแต่แรก ร้านนี้ไม่มีพนักงานเสิร์ฟเพราะเป็นระบบบริการตัวเอง พนักงานในครัวก็คือพ่อแม่ญาติพี่น้องของแกเอง หลังๆถึงเริ่มมีจ้างคนแถวนั้นมาช่วยงานเพิ่ม โดยรวมอาหารนั้นราคาไม่ได้ถือว่าถูกเมื่อเทียบกับอาหารไทยทั่วไปแต่ก็ไม่ได้แพงขนาดที่จะจ่ายไม่ไหว แถมวัตถุดิบที่ให้มาก็ถือได้ว่าจัดเต็มมาเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นทั้งเนื้อปู กุ้งแม่น้ำ หรือปลาทุกอย่างดูสดและขนาดใหญ่กว่าร้านทั่วไปพอสมควร ระหว่างทานทุกคนก็มัวง่วนอยู่กับการเดินตักอาหารต่างๆ มัวแต่ถ่ายรูปอาหารกัน พี่เหมียวเองก็คอยคุยคอยเทคแคร์ลูกค้าทุกคนเป็นอย่างดีเลยไม่มีโอกาสได้คุยแบบจริงๆจัง ต้องรอให้ทุกคนทานเสร็จและเริ่มแยกย้ายกันกลับบ้าน ถึงได้มีโอกาสนั่งคุยกับพี่เหมียวถึงที่มาที่ไปของร้าน จุดเริ่มต้นจากไม่มีงาน “ทีแรกพี่อยากทำโฮมเสตย์ แต่เรามาดูคู่แข่งแถวนี้ที่ทำเค้าคิดราคาแค่ 600 บาทรวมอาหารเย็นกับเช้าอีก ไอ้ชิบหาย มันจะเอาที่ไหนไปกำไรวะ! เราทำแบบนี้ไม่เหลือแน่นอน เลยคิดว่างั้นเราจะทำโฮมเสตย์แต่คิดหัวละ 2,000 แล้วใช้ของดีไปเลย มันน่าจะมีตลาดอยู่ เพราะคนกรุงเทพเองก็คงอยากมาสัมผัสบรรยากาศบ้านนอกแบบท้องนาใต้ถุนบ้านสวยๆ […]

ข้อคิดเถ้าแก่จาก เจ้าสัวธนินทร์

— ข้อคิดเถ้าแก่จากเจ้าสัวธนินทร์ — เมื่อวานนี้ (11/1/2019) ทางผมและพี่ชาย ได้มีโอกาสไปบรรยายให้ทางเจ้าสัวธนินทร์ คณะผู้บริหาร และพนักงานในเครือ CP ฟังเกี่ยวกับแนวคิดธุรกิจของเพนกวิน รวมถึงมีโอกาสได้นั่งพูดคุยกับคุณธนินทร์และนั่งฟังท่านสอนพนักงานต่อ .ซึ่งมีหลายประเด็นที่น่าสนใจและมีประโยชน์ต่อเจ้าของธุรกิจหรือเถ้าแก่อย่างเรา เลยถือโอกาสสรุปออกมาเป็นข้อๆเผื่อจะเอาไปปรับใช้กับสิ่งที่ตัวเองทำอยู่ได้ 1. เป็นเถ้าแก่อย่าคิดว่าสบาย ใครที่คิดว่าเป็นเถ้าแก่แล้วจะสบายกว่าการเป็นพนักงานก็อย่ามาเป็นเถ้าแก่ เพราะเป็นเถ้าแก่แล้วคุณต้องทำมันตลอดเวลาไม่มีวันหยุด แต่ให้คุณสนุกกับงานที่ทำ ให้เหมือนกำลังเล่นเกมอยู่ เมื่อไหร่ที่คุณไม่สนุกกับงานที่ทำคุณจะไม่มีทางทำมันออกมาได้ดีเลย 2. เป็นเถ้าแก่ต้องเรียนรู้ตลอดเวลา เราจะหยุดเรียนรู้ไม่ได้เลย ทุกวันนี้มีสิ่งใหม่ๆเกิดขึ้นตลอดเวลา เมื่อไหร่ที่เราหยุดเรียนรู้เราจะตามคนอื่นไม่ทัน ขนาดอายุ 80 อย่างผม(คุณธนินทร์) ก็ยังต้องรู้จากคนรุ่นใหม่อยู่ตลอดเวลา ต้องตามโลกให้ทันโดยเฉพาะเรื่อง IT เรื่องเทคโนโลยี 3. เป็นเถ้าแก่ผลงานไม่ดีให้โทษตัวเองก่อนลูกน้อง ในฐานะเถ้าแก่คุณคือคนที่วางทิศทางของธุรกิจ คนที่มีอำนาจตัดสินใจทุกๆอย่าง คุณไม่สามารถโทษใครได้เลยถ้าผลงานออกมาไม่ดี ไม่ว่าสาเหตุจะเกิดจากพนักงานของคุณหรือไม่ก็ตาม 4. เป็นเถ้าแก่ต้องกล้าเปลี่ยนแปลงถ้าวิธีการเดิมไม่ได้ผล เราอยู่ในยุค 4.0 ยุคที่ทุกอย่างเปลี่ยนไปหมด วิธีที่เคยทำสำเร็จอาจไม่สามารถใช้ได้กับยุคนี้ และถ้าวิธีการเดิมที่ทำอยู่ไม่ได้ผลหรือได้ผลลัพธ์แย่ลง ต้องกล้าที่จะเปลี่ยนแปลงวิธีการใหม่ๆ อย่ามัวไปยึดติดกับวิธีคิดแบบเดิมๆ 5. เป็นเถ้าแก่ทำผิดพลาดได้แต่ต้องรู้ตัวว่าผิด การทำผิดพลาดเป็นเรื่องปกติในการทำงาน คนที่ไม่เคยทำผิดคือคนที่ไม่เคยทำอะไรเลย แต่สิ่งที่น่ากลัวของคนที่ทำผิดพลาดที่สุดก็คือการที่ไม่รู้ว่าตัวเองทำผิด เพราะเมื่อไหร่ที่คุณไม่รู้ว่าตัวเองทำผิด ก็จะไม่มีการแก้ไข […]

สิ่งที่เรียนรู้จากการทำร้านอาหารตลอด 3 ปี

ตลอด 3 ปีที่เปิดร้านเพนกวินมาได้พบเจออะไรมากมายทั้งเรื่องที่ดีไม่ดี ในโอกาสที่เพนกวินก้าวเข้าสู่ปีที่ 4 เลยอยากถือโอกาสสรุปบทเรียนที่ได้เรียนรู้เพื่อเป็นการเตือนตัวเองในวันข้างหน้าและเผื่อเป็นข้อคิดและเช็คลิสต์สำหรับคนที่อยากทำร้านอาหารหรือทำร้านอยู่แล้วก็ตามว่าเราหลงลืมข้อไหนกันไปรึเปล่า Passion ทำให้เกิดธุรกิจ แต่ไม่ทำให้ธุรกิจเติบโต หลายคนที่เริ่มทำร้านอาหารมักจะเริ่มจากมี passion ในการทำอาหารหรือบางคนชอบทานจนอยากทำร้านของตัวเอง ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตามจงระลึกไว้ว่า “การทำอาหารกับการทำธุรกิจร้านอาหารคนละเรื่องกัน”ในช่วงแรกเชื่อว่าทุกคนล้วนมี passion เต็มเปี่ยม ทำได้ทุกอย่างตั้งแต่ เข้าครัว เสิรฟ์อาหาร คิดเงิน ไปกระทั่งล้างจาน แต่หากคุณต้องทำซ้ำๆเดิมทุกวันๆ แถมยังจะต้องมานั่งแก้ปัญหาทั้งปัญหาเดิมและปัญหาใหม่ที่เข้ามาทดสอบคุณอยู่ตลอด เชื่อว่า passion หรือไฟในตัวคุณก็อาจมอดไปในระยะอันรวดเร็วได้เช่นกัน สิ่งที่จะทำให้ธุรกิจของคุณไปต่อได้จึงไม่ใช่แค่ passion อีกต่อไป หากแต่คือ “ระบบ” ระบบที่จะช่วยให้ร้านเดินต่อไปได้แม้ในช่วงที่คุณไม่อยู่เป็นอาทิตย์หรือเป็นเดือน ถ้าไม่เชื่อลองไปสังเกตุร้านตามห้างที่เปิดมานานหรือมีสาขาเยอะ มีร้านไหนบ้างที่เจ้าของร้านจะต้องมานั่งเฝ้าร้านตลอดเวลาเหมือนที่คุณกำลังทำ   เจ๊งในกระดาษให้จบก่อนลงมือทำจริง หากคุณเกิดมาในตระกูลร่ำรวยที่พร้อมจะให้คุณละลายเงินอย่างไม่ต้องแคร์ก็ข้ามข้อนี้ไปได้เลย แต่หากคุณคือคนที่เก็บเงินมาตลอดชีวิตเพื่อที่จะมีธุรกิจของตัวเองก็อยากให้ตั้งใจอ่านข้อนี้ให้ดี การลงทุนร้านอาหารในปัจจุบันไม่ได้ใช้เงินน้อยเลย ยิ่งเมื่อคุณคิดจะทำร้านในห้างหรือคอมมูนิตี้มอลล์ด้วย แค่ค่ามัดจำอย่างเดียวก็อาจทำให้คุณหมดเงินเป็นล้านได้แล้ว การคำนวนความเป็นไปได้โครงการ หรือที่เรียกว่า Feasibility study จึงมีความสำคัญมากๆ แต่เชื่อหรือไม่ว่าแทบจะไม่มีร้านไหนเลยที่รู้จักคิดถึงเรื่องเหล่านี้ก่อนที่ลงมือทำ แทบทุกคนเลือกที่จะไปตายเอาดาบหน้ากันหมด อยากให้คุณลองคิดในกระดาษให้ดีก่อนลงมือทำจริงไม่ว่าจะเป็นเรื่องเงินลงทุน ลูกค้าคือใคร คู่แข่งเป็นใคร จำนวนหัวต่อวัน หรือแม้แต่กระทั่งค่าใช้จ่ายในการดำเนินการว่ามีอะไรบ้างและสุดท้ายกำไรที่คาดว่าจะได้รับ แล้วที่สำคัญอยากให้คิดถึง worst […]