บทความ

Hard costs Soft costs เรื่องที่คนจะทำร้านต้องรู้

    ในการจะทำร้านอาหารนั้นเจ้าของร้านส่วนใหญ่จะสนใจแต่ค่าใช้จ่ายพวก ค่าตกแต่งก่อสร้าง ค่าอุปกรณ์ ค่าเครื่องครัวจานชาม รวมถึงค่าใช้จ่ายพวกงานระบบต่างๆทั้งระบบ CCTV ระบบ POS หรือระบบ Fire alarm system หากอยู่ในห้างสรรพสินค้า ซึ่งเหล่านี้เราเรียกโดยรวมว่า Hard costs หรือค่าใช้จ่ายที่จับต้องได้ (Tangibles)   แต่มีค่าใช้จ่ายที่เรียกว่า Soft costs หรือ ค่าใช้จ่ายที่จับต้องไม่ได้ (Intangibles) ซึ่งมักเป็นส่วนที่เจ้าของร้านมักหลงลืมหรือไม่ได้ให้ความสำคัญนึกว่าเป็นสัดส่วนที่ไม่มาก แต่หลายๆครั้งค่าใช้จ่ายเหล่านี้อาจมากขึ้น 30-40% ของเงินลงทุนทั้งหมดเลยก็เป็นได้ ซึ่งหากไม่มีการเผื่อเงินส่วนนี้หรือวางแผนให้ดีอาจทำให้เงินลงทุนที่คิดไว้ในตอนแรกไม่เพียงพอ และเกิดการ Over investment ขึ้นมา ซึ่งส่วนใหญ่เกือบทั้งหมดของร้านอาหารมักตกม้าตายที่ค่าใช้จ่าย Soft costs นี้   แล้วค่าใช้จ่าย Soft costs มันมีอะไรบ้าง?   1. ค่าบริการที่ปรึกษาต่างๆ (Professional fees) ค่าใช้จ่ายพวกนี้เป็นค่าใช้จ่ายสำหรับงานบริการที่ต้องใช้ความสามารถเฉพาะเป็นหลักเช่น ค่าออกแบบตกแต่ง (Interior design fee) […]

อ่านต่อ

จะทำร้านอาหารควรคืนทุนภายในกี่ปี ?

    ใครที่ทำร้านอาหารคงอยากจะรู้ว่าร้านที่เรากำลังจะทำหรือทำอยู่นั้น ควรจะคืนทุนในระยะเวลาเท่าไหร่   บางคนคงเคยได้ยินเค้าพูดกันว่าจะทำร้านนั้นควรจะคืนทุนใน 3 ปี ทำไมต้อง 3 ปี ? เนื่องจากสัญญาเช่าพื้นที่ส่วนใหญ่นั้นจะอยู่ที่ 3 ปีหรือ 36 เดือน หากสัญญาเช่าหมดแล้วผู้ให้เช่าตัดสินใจไม่ให้คุณต่อสัญญา แล้วคุณก็ยังไม่คืนทุน เท่ากับที่คุณทำมาทั้งหมดนั้นจะสูญค่าไปเลย แถมอาจต้องเสียค่ารื้อถอนเพิ่มเติมอีก อย่างงี้ทำไมเราไม่เซ็นสัญญาระยะยาวไปเลยหละ ? ทางกฏหมายได้กำหนดไว้ว่าหากมีการทำสัญญาเช่ายาวกว่า 3 ปีจะต้องไปทำจดทะเบียนการเช่าที่กรมที่ดินเท่านั้น ไม่เช่นนั้นระยะเวลาหลังจาก 3 ปีเป็นต้นไปถึงแม้จะไม่ถือว่าเป็นโมฆะ แต่จะไม่สามารถฟ้องร้องตามกฏหมายได้ ซึ่งโดยปกติผู้ให้เช่ามักจะไม่ยอมให้จดทะเบียนเพราะจะเป็นการปกป้องผู้เช่ามากกว่าผู้ให้เช่า แถมยังยากต่อการเปลี่ยนแปลงผู้เช่าในอนาคตอีก ยิ่งในยุคนี้ที่พฤติกรรมและความชอบของลูกค้าเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา สิ่งที่เคยเป็นที่นิยมในเดือนที่แล้วอาจจะไม่มีคนสนใจอีกต่อไป ในอีก 2-3 เดือนต่อมา การที่คุณลงทุนทำร้านเป็นจำนวนเงินที่มากแล้ววางแผนคืนทุนในระยะยาวจนเกินไป อาจมีความเสี่ยงที่ร้านคุณกระแสจะตกลงในระยะเวลาอันรวดเร็ว ทำให้คุณไม่สามารถได้ทุนคืนได้   ถ้าจะให้แนะนำ ร้านคุณควรคืนทุนภายในระยะเวลาไม่เกิน 18-24 เดือน เพราะเท่ากับคุณยังมีโอกาสทำกำไรในปีสุดท้ายก่อนที่จะหมดสัญญา และหากคุณได้รับการต่อสัญญาต่ออีก 3 ปี เท่ากับจะเป็นช่วงเวลาที่คุณเก็บกำไรให้คุ้มค่ากับที่ลงทุนไป แต่คงไม่ใช่ทุกร้านที่จะโชคดีคืนทุนได้ในระยะเวลา 18-24 เดือน หากร้านคุณขายไม่ดีหรือลงทุนร้านมากเกินไป ซึ่งการจะขายดีหรือไม่ดีนั้น […]

อ่านต่อ

แค่เปลี่ยนวิธีพรีเซนต์ ราคาก็เปลี่ยน

    เมนูเดียวกัน ต้นทุนเท่ากัน พรีเซนต์ไม่เหมือนกัน ราคาขายต่างกัน    วันก่อนมีโอกาสไปนั่งร้านกาแฟร้านนึงแถวเอกมัยชื่อ FABLAB cafe แล้วไปสะดุดตากับเมนูเครื่องดื่มที่หน้าตาพอเดาได้ว่าเป็นเครื่องดื่มชาเย็น แต่การนำเสนอดูแตกต่างจากชาเย็นทั่วไป ซึ่งมีการนำชาเย็นมาทำเป็นน้ำแข็งและแยกส่วนผสมต่างๆ ออกมาในหลอดทดลองให้ลูกค้าสามารถเลือกใส่ได้ตามความชอบ ทำให้ผมยอมสั่งมาลองในราคา 150 บาท ซึ่งถือว่าไม่ถูกเลย เมื่อเทียบกับร้านกาแฟอื่นๆ ที่ขายกันอยู่เพียงแก้วละ 60-80 บาท แต่มันไมเราถึงยอมจ่ายราคานี้ ? คนเราทุกคนไม่ได้ตัดสินใจซื้อของเพราะเหตุผลเพียงแต่เดียว แต่เราตัดสินใจเพราะอารมณ์ความรู้สึกด้วย และการที่ร้านมีการพรีเซนต์ชาเย็นในรูปแบบใหม่ให้ลูกค้าได้มีประสบการณ์ในการทานที่ต่างออกไป รวมถึงยังสร้างคาแรกเตอร์เฉพาะตัวให้เหล่าสายถ่ายก่อนกินอดไม่ได้ที่จะหยิบมือถือขึ้นมาถ่าย ยิ่งเป็นการช่วยกระตุ้นการขายได้เป็นอย่างดี ลองกลับมามองดูเมนูเครื่องดื่มที่ร้านคุณเอง ว่าสามารถเพิ่มมูลค่าจากการนำเสนอรูปแบบใหม่ๆได้ยังไงบ้าง ไม่แน่คุณอาจจะได้ราคาขายเพิ่มขึ้นโดยไม่ต้องเพิ่มเมนูเลยก็ได้ Cr. ขอบคุณรูปสวยๆจาก FABLAB cafe ด้วยครับ   ช่องทางการติดต่อ Torpenguin – ผู้ชายขายบริการ Website : www.torpenguin.com Youtube : https://bit.ly/2RWKkjS LineOA : @torpenguin

อ่านต่อ

สูตร 70:30 เทคนิคในการเลือกทำเล

    การเลือกทำเลร้านอาหารนั้นเป็นอะไรที่เรียกว่า ยากพอๆกับการบริหารร้านเลยก็ว่าได้   เราจะรู้ได้ไงว่าทำเลไหนจะเหมาะกับร้านเรา? เราจะรู้ได้ไงว่าทำเลไหนที่จะไม่แพงจนเกินไปหรือเราจะรู้ได้ไงว่าทำเลไหนที่มีกลุ่มลูกค้าเราอยู่ ? ซึ่งปัจจัยในการเลือกทำเลร้านอาหารนั้นมีอยู่ด้วยกันหลายปัจจัยทั้ง ค่าเช่า รูปแบบพื้นที่ สภาพพื้นที่ การมองเห็น ที่จอดรถ การมองเห็น แต่ในบทความนี้จะพูดถึงปัจจัยนึงคือ กลุ่มลูกค้า   และวันนี้ก็มีเทคนิคนึงที่ผมได้สรุปจากประสบการณ์ในการเลือกทำเลมาแนะนำกัน อาจจะไม่ได้เรียกว่าเป็นสูตรสำเร็จแต่เป็นวิธีที่ได้ลองนำไปใช้แล้วพบว่า ลดอัตราความเสี่ยงในการเลือกทำเลที่ผิดลงไปได้มาก ซึ่งในมุมมองของผมนั้น ทำเลที่ดีคือทำเลที่มีกลุ่มลูกค้าเป้าหมายทั้งขาจรและขาประจำอยู่ และสัดส่วนกลุ่มลูกค้าที่เหมาะสมที่สุดสำหรับร้านอาหารนั้นคือ 70:30 หมายถึง ทำเลที่มีกลุ่มเป้าหมายลูกค้าที่จะมาเป็นลูกค้าประจำ 70% และมีกลุ่มเป้าหมายที่เป็นลูกค้าขาจรอีก 30%   ทำเลที่เหมาะสมสำหรับธุรกิจร้านอาหารนั้นไม่ได้ต่างอะไรกับบ่อน้ำสำหรับเลี้ยงปลา บ่อน้ำสำหรับเลี้ยงปลาที่ดีคือบ่อน้ำที่มีน้ำไหลเวียนตลอดเวลา มีการเติมน้ำใหม่ทดแทนน้ำเก่าอยู่ตลอด ร้านอาหารก็เช่นเดียวกัน หากทำเลที่คุณตั้งอยู่มีแต่กลุ่มลูกค้าเดิมๆไม่มีกลุ่มใหม่มาเลย ช่วงแรกที่คุณเปิดร้านอาจมีลูกค้ากลุ่มนี้มาลองทานอย่างต่อเนื่อง บางคนอาจจะมาทุกอาทิตย์ แต่หากผ่านไปซัก 1-2 ปี คงไม่มีใครอยากจะทานร้านเดิมๆไปตลอดแน่นอน   พอกลุ่มลูกค้านี้เริ่มเบื่อเค้าก็จะไปทานร้านอื่น และหากคุณไม่สามารถหากลุ่มลูกค้าใหม่มาเติมได้มากพอ ร้านคุณก็จะเริ่มขายได้น้อยลงไปเรื่อยๆ จนต้องปิดร้านไปในที่สุด ยกตัวอย่างเช่น คุณตั้งใจเปิดร้านอาหารเพื่อจับกลุ่มนักศึกษาโดยเฉพาะ เมนูที่ขายจึงเน้นที่กิมมิค ถ่ายรูปสวย ดูว๊าว ซึ่งตรงจริตกับกลุ่มลูกค้าที่เป็นนักศึกษา คุณเลยเลือกทำเลตึกแถวที่ติดมหาวิทยาลัย ซึ่งช่วงเปิดเทอมแน่นอนมีนักศึกษามากินอย่างต่อเนื่อง […]

อ่านต่อ

ร้านผมโดนพนักงานทุจริต!!

    จริงๆเรื่องนี้เป็นเรื่องที่หลายร้านอาหารอยากจะรู้กลเม็ดการโกงของลูกน้องตัวดี แต่ก็ไม่เคยมีโอกาสได้เขียนขึ้นมาซักที   แต่วันนี้ที่ตัดสินใจเขียนขึ้นมาก็เพราะว่า อาทิตย์ที่แล้วร้านผมเพิ่งโดนทุจริตไปเกือบ 400,000 บาท!!!!! ใช่ครับ หลายคนคงคิดว่า บ้ารึเปล่าทำไมปล่อยให้พนักงานทุจริตไปขนาดนี้ ทำร้านมานานขนาดนี้ไม่มีระบบการจัดการเลยหรอ ผมจะบอกว่าในความเป็นจริงแล้วไม่มีระบบไหนจะฉลาดไปกว่ามนุษย์ได้หรอก เมื่อไหร่ที่มนุษย์มีความโลภ มีความอยากได้ มนุษย์จะสามารถหาทางเพื่อให้ได้มาเสมอเมื่อมีโอกาสและเมื่อไหร่ที่คุณทำร้านอาหารมาระดับนึงและคิดว่าระบบนิ่งแล้ว ไม่จำเป็นต้องเข้าร้านก็ได้ วันนั้นแหละคือวันที่คุณมีโอกาสจะถูกทุจริตได้ ยิ่งร้านอาหารเป็นธุรกิจที่ต้องเกี่ยวข้องกับเงินสดในทุกๆวันทั้งในส่วนของขารับจากการขายอาหารให้ลูกค้า และขาจ่ายที่จะต้องมีการซื้อวัตถุดิบและจ่ายค่าแรงพนักงานด้วยแล้วทำให้มีโอกาสที่จะถูกทุจริตสูงกว่าธุรกิจอื่นๆ ซึ่งวิธีการที่พนักงานของร้านจะทุจริตนั้นมีหลากหลายเป็นร้อยสิธีการไม่ว่าจะด้วยตัวคนเดียวหรือเป็นทีมเป็นขบวนการ แต่แท้จริงแล้ววิธีหรือเทคนิคหลักๆในการทุจริตนั้นมีอยู่ไม่กี่รูปแบบ หากเจ้าของร้านรู้เท่าทันกลโกงเหล่านี้ ก็จะช่วยสามารถวางแผนป้องกันการเกิดการทุจริตลงไปได้มาก ซึ่งวิธีการที่พบได้บ่อยมีดังนี้   1. ทุจริตโดยรู้เห็นกับซัพพลายเออร์ หากร้านไหนให้ฝ่ายจัดซื้อหรือหัวหน้าเชฟเป็นคนตัดสินใจในการเลือกซัพฯหรือต่อรองราคาโดยคุณไม่เคยไปตรวจสอบเลย ย่อมมีโอกาสที่จะเกิดการทุจริตได้อย่างแน่นอน ซึ่งรูปแบบการทุจริตอาจมีดังนี้   – ขอค่าคอมมิสชั่นจากซัพพลายเออร์ ร้านยิ่งมีสาขาเยอะยิ่งขายดี ย่อมเป็นร้านที่ซัพฯทุกคนอยากจะเข้ามาขายของ บางครั้งแค่สามารถขายวัตถุดิบได้เพียงตัวเดียวอาจสร้างยอดได้เป็นแสนๆต่อเดือน เมื่อไหร่ที่ซัพฯเป็นฝ่ายติดต่อมาหาร้านแล้วต้องผ่านเชฟหรือจัดซื้อ ก็จะมีโอกาสที่จะถูกขอค่าคอมมิชชั่นโดยอาจขอเป็นเงินก้อนซึ่งจะเป็นการกินสั้นแต่กินเยอะ – กินส่วนต่างของราคาโดยรู้เห็นกับซัพพลายเออร์ อีกวิธีการที่พบได้บ่อยๆคือการกินส่วนต่างจากราคาค่าวัตถุดิบทีละนิดๆ ซึ่งจะเป็นการกินน้อยแต่กินยาว และวิธีการนี้จะสามารถตรวจสอบได้ยากมากเพราะบางครั้งราคาอาจแตกต่างจากราคาตลาดเพียง 3-5% เท่านั้น ทำให้ยากต่อการสังเกต เช่น สมมุติว่าปลาแซลมอนราคาปกติอยู่ที่กิโลกรัมละ 350 บาท เชฟคุณหรือจัดซื้ออาจตกลงกับทางซัพฯ โดยขอเพิ่มอีก 10 […]

อ่านต่อ

9 เช็คลิสต์ก่อนคิดจะทำร้านอาหาร

    ทุกวันนี้ชอบมีคนมาถามผมว่าอยากจะเปิดร้านอาหารทำอย่างไรดี อยากจะลาออกจากงานประจำมาทำร้านอาหารแต่ก็กลัวไม่รู้ว่าจะรอดมั้ย วันนี้เราเลยเอาเช็คลิสต์มาให้คุณได้ลองถามตัวเองว่าพร้อมจริงๆมั้ยในธุรกิจนี้     1. รักในธุรกิจร้านอาหารจริงมั้ย สิ่งแรกที่คุณจะต้องถามตัวเองเลยนั่นก็คือคุณรักในธุรกิจนี้จริงๆรึเปล่าหรือแค่ชอบทำอาหารเท่านั้น เพราะการทำอาหารกับการทำร้านอาหารมันคนละเรื่องกันเลย ธุรกิจร้านอาหารนั้นแท้จริงแล้วเป็นธุรกิจบริการผ่านอาหาร ที่คุณจะต้องคอยรองรับอารมณ์ของลูกค้า และความเครียดจากการทำร้านอยู่ตลอดเวลา ไม่เหมือนเวลาคุณทำอาหารที่อยากทำหรือไม่อยากทำเมื่อไหร่ก็ได้ ถ้าคุณตอบตัวเองได้ว่าจริงๆแล้วคุณแค่ชอบทำอาหาร อยากให้ลูกค้าได้ทานอาหารดีๆที่คุณทำเท่านั้น การทำร้านอาหารอาจไม่ได้ตอบโจทย์ Passion ในตัวคุณก็ได้สุดท้ายการทำอาหารแบบ Delivery ที่โฟกัสอยู่ที่กับตัวการทำอาหารเป็นหลัก อาจเหมาะกับตัวคุณมากกว่าการเปิดร้านอาหารก็เป็นได้   2. พร้อมที่จะเจ๊งมั้ย ใช่ครับ คุณฟังไม่ผิด ทุกคนที่ตัดสินใจเข้ามาในธุรกิจนี้ย่อมคาดหวังให้ร้านตัวเองขายดี เติบโตไปจนถึงขยายสาขาแต่ที่ต้องพูดแบบนี้ก็เพราะในชีวิตจริงอัตราการอยู่รอดของร้านอาหารภายใน 3 ปีมีไม่ถึง 10% แล้วคุณจะมั่นใจได้ยังไงว่าคุณจะเป็นผู้โชคดี 1 ใน 10% นั้น ฉะนั้นการลงทุนทุกอย่างมีความเสี่ยง และยิ่งในธุรกิจที่มีอัตราเจ๊งสูงแบบนี้ ก่อนที่คุณจะตัดสินใจลงทุน คุณอาจจะต้องเผื่อใจไว้ระดับนึง และที่ผมพูดแบบนี้ไม่ได้ต้องการให้คุณถอดใจไม่ทำแล้วร้านอาหาร แต่กลับกันผมอยากให้คุณทำการบ้านให้หนักก่อนที่จะตัดสินใจลงเงินไป เพราะไม่งั้นคุณก็จะเป็น 90% ในตลาดที่เปิดแล้วก็ต้องปิดในระยะวเลาอันสั้น   3. พร้อมทำงาน 24/7 มั้ย เวลาคุณทำงานประจำในตำแหน่งใดตำแหน่งนึง หน้าที่คุณก็จะมีเฉพาะด้านใดด้านนึงอย่างเดียว งานใดไม่เกี่ยวกับคุณคุณก็ไม่จำเป็นจะต้องเข้าไปยุ่ง […]

อ่านต่อ

การคาดการณ์รายได้ (Forecasting sales)

    การคาดการณ์ยอดขายเป็นบันไดขั้นแรกในการประเมินศักยภาพของธุรกิจคุณในการทำกำไร   ถ้าคุณไม่สามารถคาดการณ์ยอดขายที่จะเกิดได้ คุณก็จะไม่สามารถรู้ได้ว่าจะมีโอกาสคืนทุนได้ในระยะเวลาเท่าไหร่ แล้วจะคุ้มค่ากับการลงทุนหรือไม่ โดยรายได้เกือบทั้งหมดของร้านอาหารมาจากการขายอาหารและเครื่องดื่มในร้าน ซึ่งโดยปกติยอดขายอาหารมักจะอยู่ประมาณ 80-90% ของยอดขายทั้งหมดแต่ในร้านประเภท pub and restaurant ก็อาจมีสัดส่วนยอดขายของเครื่องดื่มมากกว่าร้านอาหารแบบ casual หรือ fast casual ทั่วไป บางร้านที่เน้นทำโปรโมชั่นเครื่องดื่มพวกแอลกอฮอล์อาจทำสัดส่วนยอดขายเครื่องดื่มไปถึง 50% ของยอดขายทั้งหมดเลยก็เป็นได้ แต่นอกเหนือจากรายได้ที่ขายหน้าร้านแล้วปัจจุบันยังมีช่องทางหารายได้ของร้านอาหารมากมายหลายทางโดยที่คุณไม่จำเป็นต้องลงทุนขยายสาขาเลย เช่น   บริการงานจัดเลี้ยง (Catering) งานจัดเลี้ยงถือว่าเป็นช่องทางการหารายได้ที่ดี คุณไม่จำเป็นต้องเปิดสาขาเพิ่ม แต่ก็สามารถหารายได้เพิ่มได้จากงานจัดเลี้ยง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับร้านอาหารนอกเมือง ที่อาจขายไม่ดีในช่วงกลางวันก็สามารถออกไปหาลูกค้าในงานจัดเลี้ยงได้ ไม่ว่าจะเป็นงานทำบุญขึ้นบ้านใหม่ งานบวช งานสัมมนา และอาจรวมไปถึงงานจัดเลี้ยงในช่วงเย็น เช่น งานแต่งงาน งานเลี้ยงสังสรรค์ ฯลฯ และข้อดีของงานจัดเลี้ยงอย่างหนึ่งก็คือ คุณสามารถวางแผนวัตถุดิบและแรงงานล่วงหน้าได้ เพราะเป็นการสั่งออเดอร์ล่วงหน้า    บริการจัดส่งอาหาร (Delivery) หลายๆ ร้านในยุคนี้เปิดร้านขายอาหารเฉพาะในออนไลน์ คือ เป็นบริการจัดส่งอาหาร (Delivery) เท่านั้น ซึ่งถือว่าเป็นช่องทางที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก โดยเราสามารถติดต่อกับลูกค้าได้โดยตรงผ่านช่องทางต่างๆ […]

อ่านต่อ

การประมาณค่าใช้จ่ายในการลงทุน (Capital Requirement budget)

    สิ่งหนึ่งที่เจ้าของร้านอาหารส่วนใหญ่มักทำผิดพลาดเสมอตั้งแต่ก่อนเปิดร้านก็คือ เรื่องการประมาณค่าใช้จ่ายในการลงทุน (Capital requirement budget)   โดยส่วนใหญ่มักจะประเมินต่ำกว่าที่ควรจะเป็น เพราะเวลาที่ดีไซเนอร์มาถามคุณว่า คุณมีงบในการทำร้านนี้อยู่เท่าไหร่ เจ้าของร้านส่วนใหญ่มักจะตอบไม่ได้เพราะก็ไม่รู้เหมือนกันว่า ปกติเขาทำกันอยู่ประมาณเท่าไหร่ และก็ไม่เคยมีหนังสือเล่มไหนจะบอกว่าในการทำร้านแต่ละประเภท จะต้องเตรียมงบประมาณการลงทุนอย่างไร ทำให้ส่วนใหญ่มักจะให้ดีไซเนอร์ออกแบบมาก่อน พอสรุปแบบเสร็จค่อยส่งให้ผู้รับเหมาเสนอราคา ซึ่งเจ้าของส่วนใหญ่มักคิดว่าราคาที่ผู้รับเหมาเสนอมานั้นคงเป็นเงินลงทุนร้านทั้งหมดแล้ว แต่ความเป็นจริงแล้วมันยังมีค่าใช้จ่ายต่างๆที่เกิดขึ้นอีกเป็นจำนวนมาก ก่อนที่จะมาเป็นร้านอาหารร้านหนึ่งได้   ในการลงทุนทำร้านอาหารนั้นเราสามารถแยกค่าใช้จ่ายออกเป็น 2 ประเภทหลักๆ คือ ต้นทุนหลักหรือ Hard cost และต้นทุนย่อยหรือ Soft cost ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้   Hard cost (ต้นทุนหลัก) ต้นทุนหลักหรือที่เรียกว่า Hard cost คือต้นทุนที่เราสามารถจับต้องได้ (Tangible) เช่น ค่าก่อสร้างอาคาร ค่าตกแต่งภายในค่างานระบบวิศวกรรมต่างๆ เช่น งานระบบไฟฟ้า ระบบปรับอากาศ ระบบประปา และ CCTV รวมไปถึงค่าอุปกรณ์และเฟอร์นิเจอร์ เป็นต้น โดย Hard cost […]

อ่านต่อ

ความสำคัญของการทำ financial planning

    หลังจากที่คุณมีไอเดียแล้วว่าร้านคุณจะขายอะไร อยู่ที่ไหน และกลุ่มเป้าหมายคือใคร   ทีนี้ก็มาถึงส่วนที่ยากที่สุดในความคิดของผมนั่นก็คือเรื่องเกี่ยวกับตัวเลข ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในการทำธุรกิจ แต่ก็เป็นเรื่องที่คนส่วนใหญ่หันหน้าหนีเช่นกัน การทำธุรกิจร้านอาหารถือเป็นธุรกิจหนึ่งที่มีความเสี่ยงสูง เมื่อเทียบกับธุรกิจอื่นๆ ทั้งเรื่องคู่แข่งที่เกิดขึ้นมาเรื่อยๆ เทรนด์ผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา รวมถึงปัญหาเรื่องคน ซึ่งเป็นปัญหาโลกแตกในธุรกิจนี้ และถ้าเกิดธุรกิจไปไม่รอด ไม่ว่าคุณจะลงทุนมากมายขนาดไหน คุณก็แทบจะต้องขายซากทิ้ง   หรือถ้าคุณเช่าพื้นที่ในห้าง คุณยังคงต้องเสียค่ารื้อถอนเป็นจำนวนเงินหลายแสนบาทอีกด้วยซึ่งไม่เหมือนธุรกิจอื่นๆ อย่างการทำโรงแรม ถ้าเจ๊งคุณอาจจะขายต่อ แถมยังได้กำไรจากตึกและค่าที่ดินที่มีมูลค่าสูงขึ้นยิ่งโดยเฉพาะถ้าคุณอยู่ในทำเลที่มีกำลังซื้อสูง หรือหากคุณทำธุรกิจขายของแล้วเลิกกิจการ คุณก็ยังสามารถขายเลหลังของที่คุณมีได้เช่นกัน   การวางแผนการเงินหรือ Financial planning จึงมีความสำคัญเป็นอย่างมากเปรียบได้กับฐานรากของบ้าน บ้านคุณจะถูกออกแบบได้สวยแค่ไหนก็ตามถ้าฐานรากใต้ดินไม่แข็งแรงแล้วก็อาจทำให้บ้านคุณล้มลงมาได้ทุกเมื่อ ไม่ต่างจากธุรกิจอาหารที่ต่อให้เมนูคุณจะน่าสนใจเพียงใด หรือลูกค้าจะเยอะแค่ไหน หากไม่วางแผนเรื่องตัวเลขให้ดีแล้วคุณอาจจะเจอกรณีที่ยิ่งขายยิ่งขาดทุนก็เป็นได้ การวางแผนการเงินจะเป็นตัวช่วยบอกคุณว่า คุณควรจะลงทุนเท่าไหร่ กำไรขาดทุนโดยคาดการณ์เป็นอย่างไร และน่าจะคืนทุนในระยะเวลากี่เดือนหรือกี่ปี   ยกตัวอย่างเช่น   คุณต้องการเปิดร้านส้มตำขนาด 60 ที่นั่ง ในทำเลออฟฟิศสำนักงาน โดยมีการคาดการณ์เงินลงทุน (Capital requirement budget) อยู่ที่ 2 ล้านบาทโดยประมาณ จากการที่คุณได้ทำการสำรวจคู่แข่งในตลาดเดียวกันพบว่า รายได้เฉลี่ยต่อหัวอยู่ที่ประมาณ […]

อ่านต่อ

แอพฯ จองร้านอาหารแบบลดราคาดีจริงหรือ?

    ช่วงนี้มีหลายร้านเริ่มประสบปัญหายอดขายตกลงตามสภาพเศรษฐกิจ เลยเริ่มมีคำถามกับผมในเชิงที่ว่า   ควรทำโปรโมชั่นร่วมกับบัตรเครดิตมั้ย? ทำการตลาดโปรโมชั่นแบบไหนดี? ควรจ้างบล๊อกเกอร์มารีวิวร้านมั้ย?   แต่วันนี้ที่อยากจะพูดถึงวิธีการทำการตลาดเพื่อหาลูกค้าอีกแบบนึงก็คือ บริการจองร้านอาหารโดยให้ส่วนลดลูกค้า (Discounted restaurant reservation platform) ซึ่งถือว่าเริ่มเป็นที่นิยมมากขึ้นในประเทศไทยและในเอเชีย หลายๆคนคงเคยได้ยินแอพฯจองร้านอาหารที่ช่วยเติมลูกค้าในช่วง off-peak หรือช่วงที่ไม่มีลูกค้าโดยนำเสนอส่วนลดให้กับลูกค้าตั้งแต่ 10-50% ซึ่งผมเองก็ถือว่าเป็นลูกค้าประจำของแอพฯเหล่านี้เหมือนกัน   ทุกวันนี้เวลาอยากทานห้องอาหารบุฟเฟ่ต์ในโรงแรมผมจะหยิบมือถือขึ้นมาเปิดดูดีลส่วนลด แต่ละที่เพื่อเปรียบเทียบก่อนเป็นอันดับแรกเสมอ ซึ่งถือว่าเป็นประโยชน์ในฝั่งลูกค้าเป็นอย่างมาก เพราะเราสามารถได้คุณภาพอาหารและบริการในราคาที่พิเศษกว่าปกติ  ในส่วนของร้านเองก็มองว่าการที่ได้ลูกค้ามาเพิ่มในช่วงที่ขายไม่ได้โดยยอมแลกกับส่วนลดนั้นย่อมดีกว่าไม่ได้อะไรเลย   คุณเองในฐานะเจ้าของร้านอาหารนั้นเคยตั้งคำถามกับตัวเองมั้ยว่าร้านเราเหมาะกับแอพฯเหล่านี้จริงๆ หรือเปล่า   คุณจำเป็นต้องให้ส่วนลดขนาดนั้น (20-50%) เพื่อให้ลูกค้ามาทานร้านคุณจริงๆมั้ย? คุณไม่กลัวว่าจะสูญเสียลูกค้าประจำที่ยอมจ่ายราคาเต็มมาตลอดเลยหรอ? คุณกำลังสร้างพฤติกรรมลูกค้าร้านคุณให้เสพติดการลดราคาหรือเปล่า? หรือคุณกำลังสร้างภาพลักษณ์ร้านคุณให้เป็น “ร้านอาหารลดราคา (Discounted restaurant)” หรือเปล่า?   แน่นอนการทำกลยุทธ์ลดราคานั้นเป็นสิ่งที่ทำได้ง่ายและเห็นผลเร็วที่สุดในแทบจะทุกธุรกิจ ใครๆก็สามารถทำได้คุณแทบไม่ต้องมีกลยุทธ์หรือวิธีคิดอะไรเลย แต่ในมุมของผมนั้นมันก็ไม่ต่างอะไรกับการเสพยาเสพติด   แน่นอนคุณจะรู้สึกดีในช่วงที่ยาออกฤทธ์ แต่เมื่อไหร่ที่ยานั้นเริ่มหมดฤทธ์นั่นก็คือลูกค้าเริ่มหายไป คุณก็ต้องเสพมันไปเรื่อยๆและยิ่งหนักขึ้นๆ จนสุดท้ายเมื่อไหร่ที่คุณไม่มีมันคุณก็อยู่ไม่ได้และอาจถึงขั้นต้องเปิดร้านลงไปในที่สุด   ทางที่ดีที่สุดในการทำกลยุทธ์ลดราคาหรือการใช้แอพฯพวกนี้ก็คือใช้มันเป็นยาแก้ปวดชั่วคราวเท่านั้นไม่ใช่ใช้เป็นยาเสพติด คุณอาจจะออกโปรโมชั่นลดราคาเฉพาะช่วงเปิดร้านใหม่หรือช่วงวันสำคัญเช่น วันแม่ วันปีใหม่ […]

อ่านต่อ