9 เช็คลิสต์ก่อนคิดจะทำร้านอาหาร

 

 

ทุกวันนี้ชอบมีคนมาถามผมว่าอยากจะเปิดร้านอาหารทำอย่างไรดี
อยากจะลาออกจากงานประจำมาทำร้านอาหารแต่ก็กลัวไม่รู้ว่าจะรอดมั้ย

วันนี้เราเลยเอาเช็คลิสต์มาให้คุณได้ลองถามตัวเองว่าพร้อมจริงๆมั้ยในธุรกิจนี้

 

 

1. รักในธุรกิจร้านอาหารจริงมั้ย

สิ่งแรกที่คุณจะต้องถามตัวเองเลยนั่นก็คือคุณรักในธุรกิจนี้จริงๆรึเปล่าหรือแค่ชอบทำอาหารเท่านั้น
เพราะการทำอาหารกับการทำร้านอาหารมันคนละเรื่องกันเลย

ธุรกิจร้านอาหารนั้นแท้จริงแล้วเป็นธุรกิจบริการผ่านอาหาร ที่คุณจะต้องคอยรองรับอารมณ์ของลูกค้า
และความเครียดจากการทำร้านอยู่ตลอดเวลา ไม่เหมือนเวลาคุณทำอาหารที่อยากทำหรือไม่อยากทำเมื่อไหร่ก็ได้
ถ้าคุณตอบตัวเองได้ว่าจริงๆแล้วคุณแค่ชอบทำอาหาร อยากให้ลูกค้าได้ทานอาหารดีๆที่คุณทำเท่านั้น
การทำร้านอาหารอาจไม่ได้ตอบโจทย์ Passion ในตัวคุณก็ได้
สุดท้ายการทำอาหารแบบ Delivery
ที่โฟกัสอยู่ที่กับตัวการทำอาหารเป็นหลัก อาจเหมาะกับตัวคุณมากกว่าการเปิดร้านอาหารก็เป็นได้

 

2. พร้อมที่จะเจ๊งมั้ย

ใช่ครับ คุณฟังไม่ผิด ทุกคนที่ตัดสินใจเข้ามาในธุรกิจนี้ย่อมคาดหวังให้ร้านตัวเองขายดี
เติบโตไปจนถึงขยายสาขาแต่ที่ต้องพูดแบบนี้ก็เพราะในชีวิตจริงอัตราการอยู่รอดของร้านอาหารภายใน 3 ปีมีไม่ถึง 10%
แล้วคุณจะมั่นใจได้ยังไงว่าคุณจะเป็นผู้โชคดี 1 ใน 10% นั้น

ฉะนั้นการลงทุนทุกอย่างมีความเสี่ยง และยิ่งในธุรกิจที่มีอัตราเจ๊งสูงแบบนี้ ก่อนที่คุณจะตัดสินใจลงทุน
คุณอาจจะต้องเผื่อใจไว้ระดับนึง และที่ผมพูดแบบนี้ไม่ได้ต้องการให้คุณถอดใจไม่ทำแล้วร้านอาหาร
แต่กลับกันผมอยากให้คุณทำการบ้านให้หนักก่อนที่จะตัดสินใจลงเงินไป
เพราะไม่งั้นคุณก็จะเป็น 90% ในตลาดที่เปิดแล้วก็ต้องปิดในระยะวเลาอันสั้น

 

3. พร้อมทำงาน 24/7 มั้ย

เวลาคุณทำงานประจำในตำแหน่งใดตำแหน่งนึง หน้าที่คุณก็จะมีเฉพาะด้านใดด้านนึงอย่างเดียว
งานใดไม่เกี่ยวกับคุณคุณก็ไม่จำเป็นจะต้องเข้าไปยุ่ง พอถึงเสาร์อาทิตย์วันหยุดก็สามารถวางงานไว้ข้างๆแล้วออกไปเที่ยวได้

แต่พอมาเป็นเจ้าของร้านอาหาร ทุกสิ่งทุกอย่างในร้านเป็นความรับผิดชอบของคุณหมด แทนที่วันหยุดคุณจะได้ไปเที่ยวเหมือนเดิม
กลับเป็นวันที่คุณจะต้องเหนื่อยที่สุดเพราะเป็นช่วงที่ร้านอาหารขายดีที่สุด

หรือวันหยุดยาวที่เพื่อนๆคุณไปเที่ยวต่างจังหวัดต่างประเทศกัน คุณกลับต้องมาเฝ้าร้าน เพราะพนักงานบางคนดันลากลับบ้าน
คุณพร้อมรับเรื่องเหล่านี้หรือไม่ บางครั้งคุณอาจจะต้องตื่นมากลางดึกเพราะงานระบบมีปัญหา น้ำไม่ไหล หรือระบบไฟฟ้าขัดข้อง

ผมไม่ได้หมายถึงว่าคุณจะต้องทำเรื่องเหล่านี้ไปตลอด เพราะตอนนี้ผมก็ไม่ได้ต้องเข้าร้านตลอดเหมือนแต่ก่อนแล้ว
แต่ในช่วงปีแรกคุณปฏิเสธไม่ได้เลยว่า คุณจะแทบไม่ได้กระดิกตัวไปไหนนอกจากอยู่แต่ในร้านแน่นอน

 

4. มั่นใจว่า Products เราดีจริงหรือไม่

แน่นอนลูกค้ามาร้านอาหารคุณนอกเหนือจากบรรยากาศร้านแล้วเค้ามาก็เพราะต้องการมาทานอาหาร
จะเกิดอะไรขึ้นถ้าอาหารคุณไม่อร่อยถูกปากเค้า ต่อให้คุณจะแต่งร้านดีแค่ไหนก็คงเป็นเรื่องยากที่เค้าจะกลับมาใช้บริการอีก

ฉะนั้นก่อนที่คุณจะตัดสินใจทำร้าน จงมั่นใจว่าอาหารที่คุณจะทำมันดีพอสำหรับกลุ่มลูกค้า (Target market)
คุณหรือควรจะดีกว่าคู่แข่งด้วยซ้ำ เพราะถ้าคุณไม่ดีกว่าหรือแตกต่างจากคู่แข่งจะมีเหตุผลอะไรที่ลูกค้าจะเปลี่ยนใจมาทานร้านคุณ

ส่วนนึงของร้านอาหารที่เจ๊งไปเพราะตัวเจ้าของร้านไม่ได้มีความรู้เรื่องอาหารที่ตัวเองทำอย่างแท้จริง
ทุกสิ่งทุกอย่างฝากชีวิตไว้กับเชฟเพียงอย่างเดียว หรือแย่ที่สุดคือคุณคิดว่าแค่นี้ก็อร่อยแล้วแต่ลูกค้ากลับไม่ได้คิดแบบเดียวกับคุณ

ซึ่ง Products ในที่นี่ไม่ได้หมายถึงเฉพาะตัวอาหารเพียงอย่างเดียว แต่หมายถึงช่วงราคา (Price point)
เหมาะสมกับตลาดมั้ย รูปแบบเมนูหลากหลาย (Product mix) และดึงดูดพอหรือเปล่า

 

5. มีความรู้เรื่องธุรกิจร้านอาหารแล้วหรือยัง

ก่อนที่คุณจะเริ่มทำร้านอาหาร คุณควรจะต้องรู้เรื่องธุรกิจร้านอาหารในเบื้องต้นก่อน
คุณจะต้องรู้ว่าต้นทุนร้านอาหารนอกจากค่าวัตถุดิบแล้วมีอะไรบ้าง (Restaurant cost structure)
เช่น ต้นทุนพนักงาน ต้นทุนค่าเช่า ค่าการตลาด ฯลฯ ซึ่งคุณควรจะต้องรู้ว่าโดยเฉลี่ยแล้วในประเภทอาหารที่คุณทำต้นทุน
แต่ละอย่างควรอยู่ที่กี่เปอร์เซนต์

เพราะเวลาที่คุณเปิดร้านไปแล้วคุณสามารถกลับมาเช็คได้ว่าต้นทุนแต่ละอย่างของคุณสมเหตุสมผลหรือเหมาะสมหรือไม่
หรือมันมีจุดไหนที่รั่วไหลคุณก็จะได้สามารถปรับแก้ได้ทัน

นอกจากนี้ Process ต่างๆทั้งในเรื่องของ การบัญชี การจัดซื้อวัตถุดิบ การจ่ายเงินซัพพลายเออร์ การบริหารจัดการพนักงาน ฯลฯ
เป็นสิ่งที่คุณควรจะต้องเรียนรู้ตั้งแต่ก่อนเปิดร้านอาหาร ไม่ใช่รอให้ร้านเปิดแล้วค่อยมั่งเรียนรู้ด้วยซ้ำ
ซึ่งปัจจุบันก็มีคอร์สที่เปิดอบรมเรื่องนี้อยู่หลายที่

 

6. พร้อมที่จะเป็นเป็ดมั้ย

อย่างที่บอกไปในข้อก่อนหน้านี้ พอคุณก้าวเข้ามาเป็นเจ้าของร้านอาหารแล้วคุณไม่สามารถอ้างได้เลย
ว่าคุณไม่รู้เรื่องนั้นเรื่องนี้ เพราะการทำร้านอาหารก็เปรียบเสมือนกับการทำธุรกิจๆนึงที่มีทั้งเรื่อง
บัญชี บุคคล การตลาด การตลาด การขาย การจัดการวัตถุดิบ การพัฒนาผลิตภัณฑ์
นอกจากคุณจะต้องรู้ลึกในเรื่องที่คุณถนัดแล้ว คุณยังจะต้องรู้กว้างในเรื่องเหล่านี้ทั้งหมดด้วย

จะมีประโยชน์อะไรถ้าร้านอาหารคุณขายได้


แต่กำไรไม่เหลือเพราะคุณไม่รู้จักการจัดการสต๊อก
และการวางระบบการจัดซื้อทำให้เกิดของเสียเป็นจำนวนมาก
หรือคุณจบบัญชีทำให้คุณเก่งในเรื่องการวางระบบ
แต่คุณกลับไม่สามารถบริหารจัดการพนักงานได้เลยเพราะคุณไม่เข้าใจคนเหล่านี้
คำว่า “SMEs” ในความหมายของผมจึงไม่ใช่ “Small and Medium Enterprises”อีกต่อไป
แต่มันคือ “SuperMan can do Everything” คือคุณจะต้องเป็นซุปเปอร์แมนในองค์กรของคุณในการที่จะรู้และทำในทุกเรื่องๆ

 

7. มี Unfair advantages มั้ย

Unfair advantages คืออะไร unfair advantages คือสิ่งที่คุณมีแล้วคู่แข่งไม่มีหรือเลียนแบบได้ยาก
ซึ่งจะกลายเป็นแต้มต่อในธุรกิจทันที ซึ่งสามารถเป็นได้ในหลายเรื่องทั้งในเรื่องความเชี่ยวชาญ พาร์ทเนอร์ทางธุรกิจ
พื้นฐานธุรกิจที่บ้านเก่า นวัตกรรมที่คนอื่นไม่มี หรือแม้กระทั่งเงินทุนที่มากกว่า

เพราะการทำร้านอาหารในยุคนี้ไม่ได้ง่ายเหมือนยุคก่อนๆที่แค่คุณขยันหรือทำอาหารให้อร่อยเดี๋ยวก็ขายดีเองอีกต่อไป
อะไรที่เป็นทางลัดหรือเป็นบันไดที่จะทำให้คุณเกิดและเติบโตในตลาดในอย่างรวดเร็วถือเป็นเรื่องที่จำเป็นอย่างยิ่ง

ยกตัวอย่างเช่น ร้าน Jones Salad ใช้การวาดรูปการ์ตูนเล่าเรื่องในออนไลน์เพราะตัวเจ้าของสามารถวาดรูปและเล่าเรื่องได้
ลองคิดดูง่ายๆว่าถ้าร้านคุณอยากเลียนแบบการทำการตลาดแบบนี้แต่คุณวาดรูปไม่เป็น
คุณต้องเสียค่าวาดรูปและทำคอนเทนต์เดือนนึงเท่าไหร่
หรือบางคนเปิดร้านอาหารทะเล
เพราะพื้นฐานที่บ้านขายวัตถุดิบอาหารทะเลอยู่แล้วก็ทำให้ได้ของที่สดกว่าและต้นทุนที่ถูกกว่าคนอื่น

ลองถามตัวเองหรือดูสิ่งรอบๆตัวที่คุณมีแล้วเอามาคิดว่าจะเอามาใช้เป็น unfair advantages ได้บ้าง
จะช่วยให้คุณไม่ต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่ทั้งหมดเหมือนคนอื่นๆเค้า

 

8. “เงินทุน” พร้อมมั้ย

ปฏิเสธไม่ได้ว่าในการทำร้านอาหารปัจจัยที่สำคัญที่สุดนอกจากเรื่องของอาหารแล้วก็คือเรื่องของเงินทุน
คุณอยากจะคิดอยากจะฝันว่าอยากมีร้านแบบไหนก็ได้
แต่สุดท้ายเงินในกระเป๋าของคุณมีเพียงพอที่จะทำให้ฝันนั้นสำเร็จได้หรือไม่นั่นคืออีกเรื่องนึง

การกู้หนี้ยืมสินเพื่อมาเปิดร้านอาหารนั้นถือว่าเป็นสิ่งที่ไม่แนะนำเป็นอย่างยิ่ง
คุณมีเงินแค่ไหนก็ทำร้านในแบบที่พอเหมาะกับเงินทุนที่มาอย่าทำร้านเกินตัว

เงินทุนที่ผมหมายถึงนี้ไม่เพียงแต่เฉพาะเรื่องเงินในการจะทำให้เกิดร้านเท่านั้น
แต่รวมไปถึงเงินทุนสำรองเผื่อไว้ว่ามันไม่เป็นไปตามแผนคุณด้วยแล้วจะต้องเติมเงินลงไปเพิ่มด้วยเช่นกัน
ฉะนั้นอย่าลงทุนทำร้านด้วยเงินทั้งหมด 100% ไม่เช่นนั้นคุณอาจขาดสภาพคล่องทันทีจนอาจส่งผลให้ต้องปิดร้านไปในเวลาอันรวดเร็ว

 

9. “ใจ”คุณพร้อมมั้ย

สุดท้ายสิ่งที่สำคัญที่สุดเหนือสิ่งอื่นใดนั่นก็คือ “ใจ” ระหว่างทำร้านคุณจะต้องเจอปัญหาอุปสรรคที่ผ่านเข้ามาทดสอบคุณไว้เว้นวัน
และบางครั้งมันจะหนักมากขึ้นเรื่อยๆ จนคุณอาจจะกลับมาถามตัวเองว่า นี่เรากำลังทำอะไรอยู่
ทำไมสิ่งที่มองเห็นภายนอกกับสิ่งที่เราเจอมันกลับตรงข้ามกันขนาดนี้

ถ้านิสัยคุณไม่ใช่คนที่ใจสู้หรือพร้อมที่จะรับกับปัญหาที่เข้ามาในทุกๆวันแล้ว ก็อยากแนะนำว่าอย่าเข้ามาในธุรกิจนี้เลย
มันเป็นไปไม่ได้เลยที่ทำร้านอาหารแล้วจะไม่เจอกับปัญหา ขนาดร้านที่ใหญ่ๆมีเป็นร้อยสาขาก็ยังเจอกับปัญหา
เพียงแต่อยู่ในรูปแบบที่แตกต่างกัน

 

9 ข้อทั้งหมดนี่ถือเป็นเช็คลิสต์คร่าวๆ ให้คุณได้ลองถามตัวเองว่าคุณพร้อมเข้ามาในธุรกิจนี้แล้วจริงๆใช่มั้ย
ถ้ามีหลายข้อในนี้ที่คุณคิดว่าคุณอาจไม่พร้อมที่จะเจอมัน ก็ยังไม่สายที่คุณจะกลับตัวกลับใจไปทำอย่างอื่น
หรือทำงานเป็นพนักงานประจำเหมือนเดิม

แต่ถ้าคุณตอบตัวเองได้ชัดว่า คุณมีคุณสมับติทั้ง9ข้อนี้ คุณรับมันได้และพร้อมที่จะเจอมัน
ผมก็ขอยินดีต้อนรับสำหรับเจ้าของร้านอาหารมือใหม่นี้ด้วยครับ

 


ช่องทางการติดต่อ
Website : www.torpenguin.com
Youtube : https://bit.ly/2RWKkjS
LineOA : @torpenguin

Leave your comment

For security, use of Google's reCAPTCHA service is required which is subject to the Google Privacy Policy and Terms of Use.

I agree to these terms.