ร้านผมโดนพนักงานทุจริต!!

 

 

จริงๆเรื่องนี้เป็นเรื่องที่หลายร้านอาหารอยากจะรู้กลเม็ดการโกงของลูกน้องตัวดี
แต่ก็ไม่เคยมีโอกาสได้เขียนขึ้นมาซักที

 

แต่วันนี้ที่ตัดสินใจเขียนขึ้นมาก็เพราะว่า
อาทิตย์ที่แล้วร้านผมเพิ่งโดนทุจริตไปเกือบ 400,000 บาท!!!!! ใช่ครับ
หลายคนคงคิดว่า บ้ารึเปล่าทำไมปล่อยให้พนักงานทุจริตไปขนาดนี้ ทำร้านมานานขนาดนี้ไม่มีระบบการจัดการเลยหรอ
ผมจะบอกว่าในความเป็นจริงแล้วไม่มีระบบไหนจะฉลาดไปกว่ามนุษย์ได้หรอก เมื่อไหร่ที่มนุษย์มีความโลภ มีความอยากได้

มนุษย์จะสามารถหาทางเพื่อให้ได้มาเสมอเมื่อมีโอกาสและเมื่อไหร่ที่คุณทำร้านอาหารมาระดับนึงและคิดว่าระบบนิ่งแล้ว
ไม่จำเป็นต้องเข้าร้านก็ได้ วันนั้นแหละคือวันที่คุณมีโอกาสจะถูกทุจริตได้
ยิ่งร้านอาหารเป็นธุรกิจที่ต้องเกี่ยวข้องกับเงินสดในทุกๆวันทั้งในส่วนของขารับจากการขายอาหารให้ลูกค้า
และขาจ่ายที่จะต้องมีการซื้อวัตถุดิบและจ่ายค่าแรงพนักงานด้วยแล้วทำให้มีโอกาสที่จะถูกทุจริตสูงกว่าธุรกิจอื่นๆ

ซึ่งวิธีการที่พนักงานของร้านจะทุจริตนั้นมีหลากหลายเป็นร้อยสิธีการไม่ว่าจะด้วยตัวคนเดียวหรือเป็นทีมเป็นขบวนการ
แต่แท้จริงแล้ววิธีหรือเทคนิคหลักๆในการทุจริตนั้นมีอยู่ไม่กี่รูปแบบ หากเจ้าของร้านรู้เท่าทันกลโกงเหล่านี้
ก็จะช่วยสามารถวางแผนป้องกันการเกิดการทุจริตลงไปได้มาก ซึ่งวิธีการที่พบได้บ่อยมีดังนี้

 

1. ทุจริตโดยรู้เห็นกับซัพพลายเออร์

หากร้านไหนให้ฝ่ายจัดซื้อหรือหัวหน้าเชฟเป็นคนตัดสินใจในการเลือกซัพฯหรือต่อรองราคาโดยคุณไม่เคยไปตรวจสอบเลย
ย่อมมีโอกาสที่จะเกิดการทุจริตได้อย่างแน่นอน ซึ่งรูปแบบการทุจริตอาจมีดังนี้

 

– ขอค่าคอมมิสชั่นจากซัพพลายเออร์
ร้านยิ่งมีสาขาเยอะยิ่งขายดี ย่อมเป็นร้านที่ซัพฯทุกคนอยากจะเข้ามาขายของ
บางครั้งแค่สามารถขายวัตถุดิบได้เพียงตัวเดียวอาจสร้างยอดได้เป็นแสนๆต่อเดือน

เมื่อไหร่ที่ซัพฯเป็นฝ่ายติดต่อมาหาร้านแล้วต้องผ่านเชฟหรือจัดซื้อ
ก็จะมีโอกาสที่จะถูกขอค่าคอมมิชชั่นโดยอาจขอเป็นเงินก้อนซึ่งจะเป็นการกินสั้นแต่กินเยอะ

– กินส่วนต่างของราคาโดยรู้เห็นกับซัพพลายเออร์
อีกวิธีการที่พบได้บ่อยๆคือการกินส่วนต่างจากราคาค่าวัตถุดิบทีละนิดๆ ซึ่งจะเป็นการกินน้อยแต่กินยาว
และวิธีการนี้จะสามารถตรวจสอบได้ยากมากเพราะบางครั้งราคาอาจแตกต่างจากราคาตลาดเพียง 3-5% เท่านั้น
ทำให้ยากต่อการสังเกต

เช่น สมมุติว่าปลาแซลมอนราคาปกติอยู่ที่กิโลกรัมละ 350 บาท เชฟคุณหรือจัดซื้ออาจตกลงกับทางซัพฯ
โดยขอเพิ่มอีก 10 บาทต่อกิโลในทุกครั้งที่สั่งซื้อ กลายเป็นว่าร้านคุณต้องซื้อปลาในราคาโลละ 360 บาททันที
และเชฟหรือจัดซื้อก็จะได้เงินเข้ากระเป๋าทุกเดือนไปเรื่อยๆ

 

2. ทุจริตภายในร้าน

การทุจริตด้วยตัวคนเดียวมักจะเกิดในตำแหน่งที่มีส่วนรู้เห็นกับการจับเงินโดยตรง เช่น
ผู้จัดการ หรือแคชเชียร์ของร้าน ซึ่งการทุจริตนั้นมีได้ทั้งเคสเล็กๆเช่น แอบทานอาหารในร้าน ไปจนถึงทุจริตเงินเป็นก้อน

 

– แอบทานวัตถุดิบของร้าน
การแอบทานวัตถุดิบของร้านถือเป็นการทุจริตประเภทนึง ซึ่งถึงแม้คุณอาจปิดหูปิดตาเพราะมองว่าคงเป็นเรื่องเล็กน้อย
แต่หากทำติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน และมีจำนวนหลายคนแล้วย่อมทำให้ร้านคุณสูญเสียรายได้เป็นจำนวนมากได้เลย

– การขโมยเงินจากยอดขายของร้าน (ไม่มี POS)
หากร้านอาหารคุณไม่ได้ทำการติดตั้งระบบคิดเงิน (POS) และไม่มีนับปริมาณอาหารหรือจำนวนเมนูที่ขายไปแต่ละวันแล้วนั้น
คุณจะไม่สามารถตรวจสอบได้เลยว่าจริงๆแล้ววันนี้คุณขายได้ยอดขายเท่าไหร่กันแน่
เพราะมันง่ายมากที่แคชเชียร์จะเก็บเงินเข้ากระเป๋าตัวเองเมื่อลูกค้าจ่ายเป็นเงินสด

– การ void หรือยกเลิกบิล เพื่อเก็บส่วนต่าง
ในกรณีที่ร้านคุณมีระบบ POS ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีทางเกิดการทุจริต โดยมากเจ้าของร้านจะมอบหมายให้ผู้จัดการร้าน
หรือแคชเชียร์เป็นคนที่สามารถคิดเงินหรือใช้ระบบ POS เท่านั้น และใน POS นั้นจะมีฟังก์ชั่นให้สามารถ Void
หรือยกเลิกบิลได้ ในกรณี เช่น ลูกค้าย้ายโต๊ะ คิดเงินลูกค้าผิด สั่งเมนูผิด ฯลฯ

แต่นั่นก็เท่ากับคุณเปิดโอกาสให้พนักงานทุจริตด้วยเช่นกันหากระบบ POS นั้น
ไม่สามารถจำกัดสิทธิ์การ Void หรือรายงานการ Void ทุกครั้งได้

ยกตัวอย่างเช่น พนักงานคิดเงินลูกค้าปกติ 6 เมนูเป็นเงิน 900 บาท
แต่พอถึงเวลาเก็บเงินพนักงานอาจจะทำการ Void ออกไป 1 เมนู แล้วใส่เงินลงในเก๊ะเพียงแค่ 700 บาท
โดยคุณก็ไม่มีทางรู้ว่าที่ยกเลิกไปนั้นเพราะ คิดเงินลูกค้าผิด อาหารมาไม่ครบ หรือลูกค้ายกเลิกเมนูนั้นได้เลย

– ขโมยเงินค่าวัตถุดิบ
หากร้านคุณใช้วิธีเอาเงินสดให้พนักงานไปซื้อของที่ตลาด คุณจะมั่นใจได้ยังไงว่าราคาที่พนักงานซื้อจะใช่ราคาขายของร้านนั้นจริงๆ
หรือค่ารถที่พนักงานบอกคุณจะตรงกับความเป็นจริง ยิ่งราคาผักที่มีการเปลี่ยนแปลงในทุกๆวันด้วยแล้ว
หากพนักงานทุจริตเงินคุณไป 200 บาท คุณแทบจะไม่สามารถรู้ได้เลย แต่เกิดเค้าทำแบบนี้มาเป็นระยะเวลา 1 ปี
คุณลองคิดดูว่ากำไรคุณจะหายไปเท่าไหร่

– ขโมยวัตถุดิบออกนอกร้านไปขาย
คุณคงนึกว่าคงจะมีแต่พนักงานหน้าร้านที่จับเงินเท่านั้นถึงมีโอกาสที่จะทุจริตได้
แต่ในความจริงแล้วพนักงานครัวก็สามารถทุจริตได้เช่นกัน และของที่มีมูลค่าสูงที่สุดในร้านอาหารของคุณก็คือตัววัตถุดิบที่เอง 

เทคนิคง่ายในการขโมยวัตถุดิบในร้านคือ การขโมยวัตถุดิบใส่กระเป๋าหรืออาจจะใส่ถุงดำเพื่อนำไปทิ้ง
แล้วค่อยไปแกะออกมาตอนออกนอกร้านภายหลังและนำไปขายต่อ คุณก็แทบไม่มีทางตรวจสอบได้เลย
หากคุณไม่ทำการตรวจนับสต๊อกว่าสอดคล้องกับยอดขายของคุณหรือเปล่า
หลายๆร้านอาหารต่างประเทศจึงเปลี่ยนถุงขยะจากถุงดำเป็นถุงใสเพื่อที่จะได้ตรวจสอบได้ง่ายขึ้น

– ขโมยเงิน petty cash (เงินสดย่อย)
ทุกร้านอาหารที่เจ้าของร้านไม่ได้อยู่เฝ้าร้านเองตลอดเวลาจะมีการทิ้งเงินสดย่อยหรือ Petty cash
ไว้ให้พนักงานเผื่อใช้จ่ายในค่าใช้จ่ายจิปาถะที่ไม่เกี่ยวกับค่าใช้จ่ายปกติ
ซึ่งในหลายๆครั้งค่าใช้จ่ายเหล่านี้มักจะไม่มีบิลหรือมีบิลออกมาในรูปแบบของบิลเงินสดซึ่งพนักงานสามารถเมคขึ้นมาได้เอง
ทำให้เป็นอีกช่องทางที่จะง่ายต่อการทุจริต
ร้านอาหารเชนใหญ่ๆจึงพยายามลดเงินสดย่อยให้เหลือน้อยลงเรื่อยๆ
เพื่อลดโอกาสที่จะเกิดการทุจริตลง

– ทุจริตเป็นขวนการ
การทุจริตโดยมีการร่วมมือกันระหว่างพนักงานในร้านเป็นสิ่งที่ตรวจสอบได้ยากที่สุด
ยิ่งถ้ามีการรู้เห็นระหว่างพนักงานหน้าบ้านและหลังบ้านแล้ว จะเป็นเรื่องยากที่ร้านอาหารจะสามารถตรวจพบเจอการทุจริต .

ยิ่งร้านอย่างเราๆที่ไม่ได้มีฝ่ายตรวจสอบหรือเก็บข้อมูลการขายหรือตรวจเช็ควัตถุดิบอย่างต่อเนื่องแล้ว
กว่าจะรู้ว่าร้านเราถูกทุจริตบางครั้งก็อาจจะสายเกินไปที่จะจับคนผิดหรือได้เงินคืน

ซึ่งโดยมากเรื่องจะปูดจากการที่พนักงานด้วยกันเองออกมาเปิดเผยหรือเกิดเหตุการณ์อุบัติเหตุทำให้เรื่องแดงออกมา

 


ช่องทางการติดต่อ
Website : www.torpenguin.com
Youtube : https://bit.ly/2RWKkjS
LineOA : @torpenguin

Leave your comment

For security, use of Google's reCAPTCHA service is required which is subject to the Google Privacy Policy and Terms of Use.

I agree to these terms.