การประมาณค่าใช้จ่ายในการลงทุน (Capital Requirement budget)

 

 

สิ่งหนึ่งที่เจ้าของร้านอาหารส่วนใหญ่มักทำผิดพลาดเสมอตั้งแต่ก่อนเปิดร้านก็คือ
เรื่องการประมาณค่าใช้จ่ายในการลงทุน (Capital requirement budget)

 

โดยส่วนใหญ่มักจะประเมินต่ำกว่าที่ควรจะเป็น เพราะเวลาที่ดีไซเนอร์มาถามคุณว่า คุณมีงบในการทำร้านนี้อยู่เท่าไหร่
เจ้าของร้านส่วนใหญ่มักจะตอบไม่ได้เพราะก็ไม่รู้เหมือนกันว่า ปกติเขาทำกันอยู่ประมาณเท่าไหร่
และก็ไม่เคยมีหนังสือเล่มไหนจะบอกว่าในการทำร้านแต่ละประเภท จะต้องเตรียมงบประมาณการลงทุนอย่างไร

ทำให้ส่วนใหญ่มักจะให้ดีไซเนอร์ออกแบบมาก่อน พอสรุปแบบเสร็จค่อยส่งให้ผู้รับเหมาเสนอราคา
ซึ่งเจ้าของส่วนใหญ่มักคิดว่าราคาที่ผู้รับเหมาเสนอมานั้นคงเป็นเงินลงทุนร้านทั้งหมดแล้ว
แต่ความเป็นจริงแล้วมันยังมีค่าใช้จ่ายต่างๆที่เกิดขึ้นอีกเป็นจำนวนมาก ก่อนที่จะมาเป็นร้านอาหารร้านหนึ่งได้

 

ในการลงทุนทำร้านอาหารนั้นเราสามารถแยกค่าใช้จ่ายออกเป็น 2 ประเภทหลักๆ คือ
ต้นทุนหลักหรือ Hard cost และต้นทุนย่อยหรือ Soft cost ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้

 

Hard cost (ต้นทุนหลัก)

ต้นทุนหลักหรือที่เรียกว่า Hard cost คือต้นทุนที่เราสามารถจับต้องได้ (Tangible) เช่น ค่าก่อสร้างอาคาร
ค่าตกแต่งภายในค่างานระบบวิศวกรรมต่างๆ เช่น งานระบบไฟฟ้า ระบบปรับอากาศ ระบบประปา และ CCTV
รวมไปถึงค่าอุปกรณ์และเฟอร์นิเจอร์ เป็นต้น โดย Hard cost นี้ถือเป็นสัดส่วนที่มากที่สุดในเงินลงทุน
โดยปกติจะอยู่ที่ประมาณ 60 – 70% ของเงินลงทุนทั้งหมด

 

Soft cost (ต้นทุนย่อย)

ต้นทุนย่อยหรือที่เรียกว่า Soft cost คือต้นทุนที่เราจับนั้นต้องไม่ได้ (Intangible) เช่น
ค่าออกแบบอาคาร (ประมาณ 7% ของค่าก่อสร้าง) ค่าออกแบบตกแต่งภายในร้าน (ประมาณ 10% ของค่าตกแต่ง)
ค่ามัดจำพื้นที่ (3 – 6เดือนของค่าเช่า) ค่าที่ปรึกษาต่างๆ ค่าขออนุญาตทางราชการ ค่าธรรมเนียม

เหล่านี้ยังรวมไปถึงค่าทำการตลาด ประชาสัมพันธ์ก่อนเปิดร้านอีกด้วย และที่ลืมไม่ได้ก็คือ เงินหมุนเวียน (Working capital)
ที่คุณควรจะเตรียมเผื่อไว้ให้เพียงพอในการเริ่มต้นทำร้านในช่วง 6 เดือนแรก

เจ้าของร้านอาหารส่วนใหญ่ที่ไม่เคยมีประสบการณ์ทำร้านมาก่อนมักจะลืมเผื่อในส่วนของ Soft costs เหล่านี้ไว้
โดยอาจไม่เคยคิดว่าเงินก้อนนี้จะเป็นสัดส่วนที่มากมาย จึงมักลงเอยด้วยการลงทุนมากกว่างบประมาณที่ตั้งใจเอาไว้ในตอนแรก
และทำให้คืนทุนช้ากว่าที่คาดไว้

เป้าหมายของคุณคือ การวางแผนเงินลงทุนให้ใกล้เคียงความเป็นจริงที่สุด
และเปิดร้านให้ทันเวลาเพื่อเป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายที่มีโอกาสเพิ่มขึ้น
ซึ่งจากประสบการณ์ที่ได้ทำร้านของตัวเองและเป็นที่ปรึกษาให้หลายๆ ร้าน

การเผื่อค่าใช้จ่ายอื่นๆ ไว้อีก 15 – 20% ของงบประมาณที่ตั้งไว้จะช่วยให้คุณไม่ต้องมานั่งปวดหัวกับค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น
ระหว่างการทำร้านและทางที่ดีที่สุดที่จะทำให้คุณไม่หลงลืมค่าใช้จ่ายต่างๆ
ก็คือการทำเช็กลิสต์ออกมาเป็นตาราง เพื่อเป็นเครื่องมือช่วยในการวางแผนเงินลงทุนตั้งต้นให้คุณอีกด้วย

 


ช่องทางการติดต่อ
Website : www.torpenguin.com
Youtube : https://bit.ly/2RWKkjS
LineOA : @torpenguin

Leave your comment

For security, use of Google's reCAPTCHA service is required which is subject to the Google Privacy Policy and Terms of Use.

I agree to these terms.