เรือนจรุง - ร้านที่สร้างปรากฏการณ์จองร้านข้ามปี - Torpenguin

เรือนจรุง – ร้านที่สร้างปรากฏการณ์จองร้านข้ามปี

จากพนักงานโปรดักชั่นในวงการที่ไม่มีงานจ้างมาสู่เจ้าของร้านอาหารที่จองยากที่สุดในประเทศไทย

ผมเคยได้ยินชื่อร้านอาหารเรือนจรุงมาซักพักแล้วว่าเป็นร้านอาหารที่ขึ้นชื่อเรื่องการจองยาก และคนที่ขี้เกียจจองอย่างผมอย่าหวังว่าจะได้มีโอกาสไปลองทาน จนวันนึงมีพี่เคารพในวงการอาหารท่านนึงบอกว่าเค้าจัดรอบพิเศษขึ้นมาสนใจมั้ย ปรากฏว่าผมกลับติดงานเลยต้องไปปฏิเสธไปด้วยความเสียดายที่สุด แต่อาทิตย์ต่อมาพี่คนนี้ก็มาบอกว่าอีกว่ามีจัดอีกรอบ ครั้งนี้รอบสุดท้ายละนะไม่ไปครั้งนี้รออีกทีปีหน้าเลย เท่านั้นแหละผมรีบจัดคิวตัวเองให้ว่างเพื่อจะได้ไปลองร้านที่ได้ขึ้นชื่อว่าจองยากที่สุดในเมืองไทย ณ ชั่วโมงนี้ทันที

เรานัดกัน  11.30น. ซึ่งผมเผื่อเวลาออกจากบ้านตั้งแต่ 9 โมงตรง เพราะเผื่อเวลาหลงทางไปด้วยและร้านนี้นั้นก็ตั้งอยู่ในจังหวัดอยุธยาฯ  ซึ่งดูจากแผนที่แล้วไม่ได้อยู่ในตัวเมืองแน่นอน  พอมึงทางเข้านี่ก็ยังแอบกลัวว่าเราจะมาผิดทางรึเปล่าเพราะถนนที่เข้าไปร้านนั้นไม่ต่างอะไรกับทางชนบทที่รถแทบจะสวนกันไม่ได้ สองข้างทางก็มีแต่ไร่นา ป้ายร้านอาหารก็ไม่มีบอก แต่ในที่สุดเราก็มาถึงแบบงงๆ พลางคิดในใจว่า “ใครมันจะบ้าเอาร้านอาหารมาตั้งอยู่บ้านนอกกลางทุ่งนาขนาดนี้วะ”

ร้านอาหารเรือนจรุงนั้น เป็นร้านอาหารที่ดูไม่เหมือนร้านอาหารทั่วไป แต่ดูเหมือนมาทานอาหารบ้านเพื่อนมากกว่า ซึ่งก็เป็นความตั้งใจของ “พี่เหมียว” เจ้าของร้านตั้งแต่แรก ร้านนี้ไม่มีพนักงานเสิร์ฟเพราะเป็นระบบบริการตัวเอง พนักงานในครัวก็คือพ่อแม่ญาติพี่น้องของแกเอง หลังๆถึงเริ่มมีจ้างคนแถวนั้นมาช่วยงานเพิ่ม

โดยรวมอาหารนั้นราคาไม่ได้ถือว่าถูกเมื่อเทียบกับอาหารไทยทั่วไปแต่ก็ไม่ได้แพงขนาดที่จะจ่ายไม่ไหว แถมวัตถุดิบที่ให้มาก็ถือได้ว่าจัดเต็มมาเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นทั้งเนื้อปู กุ้งแม่น้ำ หรือปลาทุกอย่างดูสดและขนาดใหญ่กว่าร้านทั่วไปพอสมควร ระหว่างทานทุกคนก็มัวง่วนอยู่กับการเดินตักอาหารต่างๆ มัวแต่ถ่ายรูปอาหารกัน พี่เหมียวเองก็คอยคุยคอยเทคแคร์ลูกค้าทุกคนเป็นอย่างดีเลยไม่มีโอกาสได้คุยแบบจริงๆจัง ต้องรอให้ทุกคนทานเสร็จและเริ่มแยกย้ายกันกลับบ้าน ถึงได้มีโอกาสนั่งคุยกับพี่เหมียวถึงที่มาที่ไปของร้าน

จุดเริ่มต้นจากไม่มีงาน

“ทีแรกพี่อยากทำโฮมเสตย์ แต่เรามาดูคู่แข่งแถวนี้ที่ทำเค้าคิดราคาแค่ 600 บาทรวมอาหารเย็นกับเช้าอีก ไอ้ชิบหาย มันจะเอาที่ไหนไปกำไรวะ! เราทำแบบนี้ไม่เหลือแน่นอน เลยคิดว่างั้นเราจะทำโฮมเสตย์แต่คิดหัวละ 2,000 แล้วใช้ของดีไปเลย มันน่าจะมีตลาดอยู่ เพราะคนกรุงเทพเองก็คงอยากมาสัมผัสบรรยากาศบ้านนอกแบบท้องนาใต้ถุนบ้านสวยๆ เราเลยไปคุยกับพ่อแม่เราว่าเอามั้ยมาลองทำแค่เสาร์อาทิตย์กันเพราะพ่อกับแม่ก็แก่มากแล้ว ก็เลยเป็นจุดเริ่มต้นของเรือนจรุงจนวันนี้”

ดังด้วยการบอกต่อ

“พี่ก็ไม่รู้ว่าดังได้ยังไง แต่พี่เป็นคนที่โพสต์ทุกอย่างที่ทำ ตั้งเสาก็โพสต์ ระหว่างก่อสร้างก็โพสต์ เพื่อนในเฟสพี่จริงๆมีแค่สองสามร้อยคน เค้าก็เริ่มเห็น เค้าก็เชียร์มาเปิดเมื่อไหร่เดี๋ยวจะไปลอง พอมาลองแล้วชอบก็แชร์ในเฟสเพื่อนเค้าเห็นก็โทรมาจองอีกอาทิตย์ แล้วก็เป็นแบบนี้มาเรื่อยๆ จากรับแค่รอบเดียว ก็เต็มไปหกเดือน ทีนี้เลยต้องเปิดรับสองรอบ จนสุดท้ายมาเป็นสามรอบต่อวัน เปิดได้หกเดือนกลายเป็นคิวเต็มไปทั้งปี”

“คนเดี๋ยวนี้มันต้องการ story ไปเล่าต่อไปโม้ให้เพื่อนๆฟัง ซึ่งร้านนี้มันมีเรื่องเล่าเต็มไปหมด ตั้งแต่ที่มาของร้าน ทางเข้าที่หายากลึก จองยากยาวข้ามปี จะจองก็ต้องเสียเวลานั่งเขียนจดหมาย อัดคลิปวีดิโออีก”

แต่ไม่ใช่เฉพาะกระบวนการการจองที่ยากหรือที่มาของร้านที่ทำให้เป็นที่รู้จักอย่างเดียว พี่เหมียวยังใส่ใจในเรื่องของอาหารด้วย

“พี่พยามพรีเซนต์ที่มาวัตถุดิบ กระบวนการทำ ทำให้ลูกค้ารู้สึกว่ามีมูลค่าขึ้นมา พี่ว่าอาหารพี่ไม่ใช่อาหารไทยที่อร่อยที่สุด พี่จะบอกคนที่มากินตลอดว่าอาหารที่เรือนจรุงนี้คืออาหารที่ที่บ้านพี่ทานกันอยู่แล้วทุกวัน แค่เราเลือกใช้วัตถุดิบที่ดีขึ้น จริงๆนิยามอาหารของเรือนจรุงคืออาหารแบบบ้านๆที่รสจัดจ้านขึ้นเท่านั้นเอง แต่พอลูกค้าเค้าอินกับที่มาเรื่องเล่า พอได้ทานอาหารแล้วรสชาติจัดจ้านกว่าที่เคยทานเค้าก็จะบอกว่ามันถึงเครื่องไม่งกของ ทีนี้ลูกค้าเค้าก็อยากอวดเพื่อนอยากแชร์ออกไป”

ตั้งราคากรองลูกค้า

“แต่ก่อนก็ตั้งไม่ได้สูงขนาดนี้ ปรากฏว่าเราได้ลูกค้าที่ไม่ได้อยากกินในแบบที่เราทำจริงๆ พอมันเป็นราคาที่ใครก็กินได้ บางทีเราก็ได้ลูกค้าที่ไม่ค่อยโฟกัสที่อาหารขนาดนั้น มาโวยวายในร้านโดยที่เค้าก็ไม่ได้คิดว่านี่คือบ้านของเราด้วย อาหารที่ออกมาก็ยังไม่สุดในมุมมองเรา”

“พอเรามานั่งคิดๆดู เห้ยเราไม่ต้องการให้ลูกค้าเราแมสเพราะร้านเราก็มีแค่นี้ มีไม่กี่โต๊ะเราก็เลยคิดว่าไหนๆเราก็คิดจะทำแค่นี้ก็คิดราคาให้สูงขึ้นไปเลย เราก็จะได้ใช้วัตถุดิบให้มันดีที่สุดไปเลย และก็ทำให้รายได้เราเพียงพอที่จะเปิดแค่เสาร์อาทิตย์”

“และพอเราตัดสินใจขึ้นราคาเท่านี้ร้านกลับยิ่งดังขึ้นไปอีก เพราะอาหารที่เราให้เป็นของที่เราคัดมาแบบดีที่สุด ถ้าลูกค้าแค่บอกว่ากุ้งแม่น้ำตัวเล็กไปหรืออาหารย่างไม่ดี พี่ยกกลับไปทำให้ใหม่เลย เค้าอุส่าห์ขับรถมาไกลเพื่อมาทาน ราคาไม่ใช่ประเด็นสำหรับคนกลุ่มนี้ เราต้องทำให้เค้าประทับใจที่สุดเค้าก็จะได้ไปบอกต่อ”

ลูกค้าเดี๋ยวนี้คาดหวังมากกว่าแค่อาหาร

“ลูกค้าไม่ได้ต้องการประสบการณ์ที่เค้าสามารถหาได้ทั่วไป แต่ต้องเป็นประสบการณ์ที่แตกต่างเป็นที่จดจำไม่ใช่แค่อาหารอร่อยเพียงอย่างเดียว แล้วการที่พี่สื่อสารในเพจออกไปเป็นตัวพี่มากกว่าการถ่ายรูปอาหารลง มันก็ยิ่งทำให้คนที่มาทานอยากเจอเราอยากพูดคุยกับเรา หลังๆพี่เลยไม่ได้ลงไปทำอาหารเอง เพราะต้องมาพูดคุยเทคแคร์ลูกค้าเอง”

“ซึ่งในเพจอาจดูเหมือนพี่ปากร้าย พี่ดุ แต่ถ้าใครได้ลองมาคุยก็จะรู้ว่าตัวจริงพี่ก็ปากหมาเหมือนในเพจนั่นแหละ (555) แต่ไม่ได้เป็นคนดุหรือมีพิษมีภัยอะไร”

“แล้วนอกเหนือจากตัวอาหาร พี่ว่าบรรยากาศของร้านนี้ก็เป็นจุดขายอีกอย่างนึง ไอ้เราที่อยู่แต่บ้านนอกอยู่กับไร่นาตลอดก็จะตื่นตาตื่นใจเวลาได้ไปเข้าเมืองหรือได้ไปทะเล แต่ในขณะดียวกันคนกรุงเทพทั้งหลายก็ไม่ค่อยได้มาสัมผัสบรรยากาศบ้านนอก กินข้าวใต้ถุนเรือนไทยแบบนี้เหมือนกัน นี่ก็เป็นอีกจุดหนึ่งที่เค้าอยากมาสัมผัสบรรยากาศธรรมชาติแบบนี้”

“ในเรื่องของการจัดการนั้นร้านพี่จะให้ลูกค้าสั่งอาหารล่วงหน้าก่อน เพราะพี่จะต้องวางแผนการไปซื้อวัตถุดิบ ทุกวันนี้ตอนเช้าพี่ก็ออกไปตลาดสดไปเลือกซื้อของเอง ซึ่งข้อดีของการให้จองล่วงหน้าคือพี่ก็จะรู้ว่าวันนี้ใช้อะไรเท่าไหร่ ก็จะซื้อมาให้พอดีไม่เหลือเก็บ อาหารที่ร้านมันก็เลยจะสดอยู่ตลอด”

“พอถึงเวลาที่ลูกค้าจองพี่ก็จะสังเกตุเลยว่าลูกค้ามาครบรึยัง ถ้ามาประมาณ 60-70% แล้วพี่จะให้เด็กเตรียมอาหารเลย เช่น เริ่มทอดหมูเลยเพราะถ้าทำก่อนมันจะไม่อร่อย ถ้าลูกค้ามาครบค่อยทำมันก็จะช้าไป หรือถ้าทอดไว้ก่อนมันก็จะไม่อร่อย จะเห็นว่าต่อให้อาหารพี่เยอะขนาดนี้ แต่อาหารกลับออกได้เร็ว เพราะพี่จะเป็นคนดูว่าอะไรต้องทำล่วงหน้านานแค่ไหนให้พอดีกับเวลาที่ลูกค้าเข้ามา คนตั้งใจขับมาตั้งไกลก็จะรู้สึกว่ามาแล้วเค้าก็ทานอาหารได้เลยไม่ต้องคอยมาสั่งหรือรออาหารกว่าจะทำจะออกอีก เหล่านี้เป็นสิ่งที่เราคิดไว้หมด”

ทำทุกวันนี้ให้ดีที่สุด

“พี่ไม่ได้คิดว่าเรือนจรุงเป็นร้านอาหาร เพราะนี่มันคือบ้านพี่ ทุกวันนี้พี่แฮปปี้ในการทำแบบนี้ ตอนนี้มีทั้งห้างมีทั้งต่างจังหวัดขอซื้อแฟรนไชส์เราไปเปิด แล้วเรารู้ตัวเราเองว่าจุดแข็งของเราตอนนี้ส่วนนึงนอกจากรสชาติคือบรรยากาศ คาแรกเตอร์ของแบรนด์ ซึ่งพอเราไปอยู่ตรงนั้นมันจะสูญเสียตัวตนของเราไปสูญเสียจุดแข็งของเราไป จากที่ขายแค่วันหยุดกลายเป็นเราต้องขายทุกวัน เราไม่คิดว่าเราจะสามารถใช้ของคุณภาพแบบนี้เหมือนที่เราทำได้เพราะของที่เราใช้นั้นสดวันต่อวันเท่านั้น”

“แล้วอีกอย่างแต่ละที่เค้าก็มีเจ้าถิ่นของเค้า เราดังที่นี่ไม่ได้หมายความหาเราจะไปดังที่อื่น กลุ่มลูกค้าเราค่อนข้างมีจำกัด แล้วพี่ก็เพิ่งเปิดร้านมาแค่ปีครึ่ง ยังมีอะไรที่เราต้องเรียนรู้อีกเยอะ ไม่ใช่ว่าพี่ไม่อยากรวยนะแต่เราก็ต้องดูตัวเราเองด้วย”

“เราเลยคิดโมเดลที่เป็นพรีออเดอร์คคือสั่งอาหารล่วงหน้า เราเลยเริ่มที่พะโล้ซึ่งลูกค้าส่วนใหญ่จะชอบ เราไปเห็นร้านขายพะโล้ชื่อดังออนไลน์ขาย 210 บาทมีไข่สองฟอง เนื้อร้อยกว่ากรัม เราเลยตั้ง 450 บาทแล้วใส่ไข่ห้าฟองเนื้อครึ่งโลไปเลยเอาให้สุด แล้วพะโล้ที่ทุกคนรู้ยิ่งเห็บนานยิ่งอร่อย เราเลยให้สั่งแค่เดือนละครั้ง สุดท้ายขายพะโล้อย่างเดียวตอนนี้รายได้เดือนละสองแสน”  

เราได้เรียนรู้อะไรจากร้านอาหารเรือนจรุงแห่งนี้

  • ยิ่งยากยิ่งมีคุณค่า

สิ่งที่สำคัญกว่าสิ่งที่ซื้อได้ด้วยเงิน คือสิ่งที่ซื้อไม่ได้ด้วยเงิน การที่ร้านเปิดให้ทานเฉพาะเสาร์อาทิตย์ เป็นการกำหนด supply ให้มีจำนวนจำกัด ซึ่งน้อยกว่า Demand ที่ต้องการมาก และยิ่งใส่ข้อจำกัดลงไปอีก เช่น การต้องเขียนจดหมาย หรือการต้องอัดคลิปส่ง ยิ่งเป็นการเพิ่มคุณค่าของสิ่งๆนั้นให้มีมูลค่ามากยิ่งขึ้น แต่ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆด้วยทั้งประเภทอาหาร ทำเลที่ตั้ง คู่แข่งและรูปแบบร้าน

  • Story เพิ่มมูลค่า

สังเกตได้ชัดเลยว่าคนมาทานเรือนจรุงไม่ได้ตั้งใจมาทานเฉพาะอาหาร เพราะจริงๆแล้วอาหารแบบนี้สามารถหาทานได้ข้างนอกทั่วไป แต่สิ่งที่ทำให้ร้านนี้เป็นจุดหมายของกลุ่มลูกค้ากลุ่มนี้เพราะ เค้าต้องการเป็นคนพิเศษ ต้องการความรู้สึกของผู้ชนะที่ถูกคัดเลือกมาทาน เหล่านี้คือสิ่งที่พี่เหมียวสร้างขึ้นมา

นอกจากนี้การที่พี่เหมียวยอมเสียเวลาเล่าทุอย่างออกมาในคอนเทนต์ รวมถึงอธิบายที่มาของอาหารทุกจานที่ออกมาเสิรฟ์ด้วยตัวเอง ยิ่งทำให้คุณค่าต่ออาหารจานนั้นยิ่งเพิ่มมากขึ้น บางครั้งของที่เหมือนกันเพียงแค่เล่าเรื่องลงไปทำให้มูลค่าแตกต่างกันทันที

  • สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับร้านอาหารคือ “อาหาร”

ต่อให้ร้านเรือนจรุงจะทำการตลาดดีแค่ไหน ถ้าอาหารไม่ถูกใจคนมาทานยังไงเค้าก็คงไม่อยากบอกต่อ และยิ่งเป็นร้านที่จองยากขนาดนี้ ถ้าอาหารไม่สามารถสร้างความประทับใจได้แล้ว รับรองไม่ต่างอะไรกับการฆ่าตัวตายเลย จากคำชมจะกลับกลายเป็นคำด่าทันที

ฉะนั้นพี่เหมียวจึงใส่ใจตั้งแต่การคัดสรรวัตถุดิบที่ดีที่สุด รวมถึงกระบวนการทำ และยิ่งรู้จำนวนลูกค้าล่วงหน้าทำให้ร้านสามารถใช้ของสดวันต่อวันได้ไม่ต้องเหลือเก็บ ลูกค้าก็จะยิ่งได้อาหารที่สดและรสชาติดี

  • เจ้าของคือคนที่ทำคอนเทนต์ได้ดีที่สุด

ไม่มีนักการตลาดคนไหนจะเข้าใจธุรกิจเราได้เท่ากับเจ้าของธุรกิจเองหรอก วันแรกพี่เหมียวก็เขียนคอนเทนต์ไม่เป็น แต่ก็เลือกที่จะฝึกและทดลองไปเรื่อยๆ จนรู้ว่าสิ่งที่ดีที่สุดของการทำคอนเทนต์คือการเป็นตัวของตัวเองในออนไลน์ เพราะจะทำให้เราเขียนออกมาได้ดีที่สุด ซึ่งคนที่เค้าอ่านเค้าจะสามารถสัมผัสได้

สิ่งที่เราต้องทำก็แค่ ฝึก ฝึก แล้วก็ฝึก ไม่มีใครเขียนคอนเทนต์เป็นตั้งแต่เกิด ซึ่งข้อดีของออนไลน์คือถ้าไม่ดีเราก็แค่แก้มันใหม่ไปเรื่อยๆ

พี่เหมียวพูดมาคำนึงที่ผมชอบคือ การทำคอนเทนต์ให้ดีคือการเล่าในความเป็นเรา ยิ่งถ้าเราไปฝืนพยายามทำให้เหมือนคนอื่น มันไม่มีทางจะทำออกมาได้ดีหรอก

  • รู้จักลูกค้า

นิสัยส่วนตัวของพี่เหมียวคือเปนคนช่างสังเกต ไม่ว่าจะเป็นในขณะที่ลูกค้ามาทานหรือตั้งแต่จองในออนไลน์ พี่เหมียวเข้าไปดูโปรไฟล์ลูกค้าในเฟสบุคที่จองเข้ามาทุกคนว่าเป็นใคร วิถีชีวิตเป็นยังไง ทำให้รู้ว่าเค้ามีกำลังจ่ายร้านเราหรือเปล่า เมื่อไหร่ที่ลูกค้าเช็คอินที่ร้านหรือโพสต์เกี่ยวกับร้านก็จะเข้าไปดูหมด เพื่อที่จะได้รู้ว่ามีคำติชมอะไรจะได้นำกลับมาพัฒนาปรับปรุง เหล่านี้คือสิ่งง่ายๆที่เจ้าของร้านทุกคนสามารถทำได้ ยิ่งเราเข้าใจลูกค้ามากเท่าไหร่ ก็ยิ่งทำให้เราออกผลิตภัณฑ์หรือบริการที่ตอบโจทย์ได้มากขึ้นเท่านั้น

  • เริ่มต้นจากสิ่งที่เรามี

การที่พี่เหมียวเริ่มจากสิ่งที่เรามีต้นทุนอยู่แล้วนั่นก็คือที่ดินหรือบ้านตัวเอง ทำให้หากวันนึงมันไปไม่ได้อย่างที่คาดหวังมันก็ไม่ได้เจ็บตัวมากเราต้องมาวิเคราะห์ตัวเองก่อนว่าเรามีต้นทุนหรือข้อได้เปรียบ (Competitive Advantages) อะไรที่ดีกว่าคนอื่นหรือเปล่า แล้วเริ่มต้นที่ตรงนั้นหรือเน้นตรงนั้นมาเป็นจุดขาย เราอย่าไปทำอะไรที่เราไม่ถนัดหรือไม่มีต้นทุน เพราะจะทำให้เราไปต่อได้ยากกว่าคนอื่น

ใครที่อ่านแล้วสนใจจะไปทานบอกได้เลยว่าต้องรอไปเกือบปี 64 โน่นแล้ว แต่ยังไงก็ลองตามเพจของร้านก่อนเลย เผื่อมีกิจกรรมดีๆมาให้เล่นชิงรางวัลคิวทานภายในปีนี้

#ต่อเพนกวิน

HOT STORIES

เรือนจรุง – ร้านที่สร้างปรากฏการณ์จองร้านข้ามปี

จากพนักงานโปรดักชั่นในวงการที่ไม่มีงานจ้างมาสู่เจ้าของร้านอาหารที่จองยากที่สุดในประเทศไทย ผมเคยได้ยินชื่อร้านอาหารเรือนจรุงมาซักพักแล้วว่าเป็นร้านอาหารที่ขึ้นชื่อเรื่องการจองยาก และคนที่ขี้เกียจจองอย่างผมอย่าหวังว่าจะได้มีโอกาสไปลองทาน จนวันนึงมีพี่เคารพในวงการอาหารท่านนึงบอกว่าเค้าจัดรอบพิเศษขึ้นมาสนใจมั้ย ปรากฏว่าผมกลับติดงานเลยต้องไปปฏิเสธไปด้วยความเสียดายที่สุด แต่อาทิตย์ต่อมาพี่คนนี้ก็มาบอกว่าอีกว่ามีจัดอีกรอบ ครั้งนี้รอบสุดท้ายละนะไม่ไปครั้งนี้รออีกทีปีหน้าเลย เท่านั้นแหละผมรีบจัดคิวตัวเองให้ว่างเพื่อจะได้ไปลองร้านที่ได้ขึ้นชื่อว่าจองยากที่สุดในเมืองไทย ณ ชั่วโมงนี้ทันที เรานัดกัน  11.30น. ซึ่งผมเผื่อเวลาออกจากบ้านตั้งแต่ 9 โมงตรง เพราะเผื่อเวลาหลงทางไปด้วยและร้านนี้นั้นก็ตั้งอยู่ในจังหวัดอยุธยาฯ  ซึ่งดูจากแผนที่แล้วไม่ได้อยู่ในตัวเมืองแน่นอน  พอมึงทางเข้านี่ก็ยังแอบกลัวว่าเราจะมาผิดทางรึเปล่าเพราะถนนที่เข้าไปร้านนั้นไม่ต่างอะไรกับทางชนบทที่รถแทบจะสวนกันไม่ได้ สองข้างทางก็มีแต่ไร่นา ป้ายร้านอาหารก็ไม่มีบอก แต่ในที่สุดเราก็มาถึงแบบงงๆ พลางคิดในใจว่า “ใครมันจะบ้าเอาร้านอาหารมาตั้งอยู่บ้านนอกกลางทุ่งนาขนาดนี้วะ” ร้านอาหารเรือนจรุงนั้น เป็นร้านอาหารที่ดูไม่เหมือนร้านอาหารทั่วไป แต่ดูเหมือนมาทานอาหารบ้านเพื่อนมากกว่า ซึ่งก็เป็นความตั้งใจของ “พี่เหมียว” เจ้าของร้านตั้งแต่แรก ร้านนี้ไม่มีพนักงานเสิร์ฟเพราะเป็นระบบบริการตัวเอง พนักงานในครัวก็คือพ่อแม่ญาติพี่น้องของแกเอง หลังๆถึงเริ่มมีจ้างคนแถวนั้นมาช่วยงานเพิ่ม โดยรวมอาหารนั้นราคาไม่ได้ถือว่าถูกเมื่อเทียบกับอาหารไทยทั่วไปแต่ก็ไม่ได้แพงขนาดที่จะจ่ายไม่ไหว แถมวัตถุดิบที่ให้มาก็ถือได้ว่าจัดเต็มมาเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นทั้งเนื้อปู กุ้งแม่น้ำ หรือปลาทุกอย่างดูสดและขนาดใหญ่กว่าร้านทั่วไปพอสมควร ระหว่างทานทุกคนก็มัวง่วนอยู่กับการเดินตักอาหารต่างๆ มัวแต่ถ่ายรูปอาหารกัน พี่เหมียวเองก็คอยคุยคอยเทคแคร์ลูกค้าทุกคนเป็นอย่างดีเลยไม่มีโอกาสได้คุยแบบจริงๆจัง ต้องรอให้ทุกคนทานเสร็จและเริ่มแยกย้ายกันกลับบ้าน ถึงได้มีโอกาสนั่งคุยกับพี่เหมียวถึงที่มาที่ไปของร้าน จุดเริ่มต้นจากไม่มีงาน “ทีแรกพี่อยากทำโฮมเสตย์ แต่เรามาดูคู่แข่งแถวนี้ที่ทำเค้าคิดราคาแค่ 600 บาทรวมอาหารเย็นกับเช้าอีก ไอ้ชิบหาย มันจะเอาที่ไหนไปกำไรวะ! เราทำแบบนี้ไม่เหลือแน่นอน เลยคิดว่างั้นเราจะทำโฮมเสตย์แต่คิดหัวละ 2,000 แล้วใช้ของดีไปเลย มันน่าจะมีตลาดอยู่ เพราะคนกรุงเทพเองก็คงอยากมาสัมผัสบรรยากาศบ้านนอกแบบท้องนาใต้ถุนบ้านสวยๆ […]

ถอดรหัสร้านอาหารพันล้าน – บทเรียนจาก บาร์บีคิวพลาซ่า และ ตำมั่ว

“การก้าวไปสู่ความสำเร็จคือการเรียนรู้จากคนที่สำเร็จแล้ว” ธุรกิจร้านอาหารถือเป็นธุรกิจหนึ่งที่มีความเสี่ยงสูง บางครั้งการที่เราเอาเงินเก็บทั้งหมดที่มีไปเสี่ยง และหวังว่ามันจะขายดีโดยที่ไม่มีความรู้อะไรเลยถือเป็นเรื่องที่อันตรายมาก อีกทั้งความรู้ในเรื่องธุรกิจนี้เป็นสิ่งที่ไม่มีที่ไหนเปิดสอนกัน ฉะนั้นหากได้มีโอกาสเรียนรู้จากคนที่ประสบความสำเร็จอยู่แล้วจึงถือเป็นเรื่องที่มีประโยชน์อย่างยิ่ง วันนี้เป็นโอกาสดีที่ได้มาฟังสัมมนาธุรกิจร้านอาหารที่ SCB Business Center สาขาสยามสแควร์ ซอย 1 ในหัวข้อ “เคล็ดลับธุรกิจร้านอาหาร ตอน ต่อยอดอย่างไรให้รุ่ง” ซึ่งจัดมาแล้วก่อนหน้านี้ 2 ครั้ง และครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้าย โดยมีพี่เบสท์-ศิรุวัฒน์ ชัชวาลย์ แห่งร้านตำมั่ว และพี่บุ๋ม-บุณย์ญานุช บุญบำรุงทรัพย์ แห่งร้านบาร์บีคิวพลาซ่า มาแชร์ประสบการณ์ถึงการขยายสาขา คุณภูกิจ ดิศธรานนท์จาก แสนรัก อารูกัส เรื่องการจัดการกับ Crisis ในโลกโซเชียล รวมไปถึงตัวช่วยธุรกิจเดลิเวอรี่อย่าง LINE MAN ที่ช่วยให้ร้านอาหารสามารถเพิ่มรายได้โดยไม่มี Fixed cost ที่เพิ่มขึ้น จริง ๆ เสียดายงานสัมมนาในสองครั้งแรกมาก ๆ แต่ดันติดธุระ ครั้งนี้เลยล็อคคิวตัวเองล่วงหน้าหลายอาทิตย์ และก็ไม่ผิดหวังวันนี้ได้แนวคิดดี ๆ จากพี่บุ๋ม และพี่เบสกลับไปมาก ซึ่งมีไม่บ่อยหรอกที่เราจะได้ฟังเจ้าของธุรกิจอาหารระดับพันล้านถึงสองแบรนด์พร้อมกัน เลยถือโอกาสรวบรวมมาให้ทุกคนได้ลองศึกษา และนำกลับไปปรับใช้กัน […]