รีวิวสร้างร้านภายใน 30 วัน (เกริ่น) - Torpenguin

รีวิวสร้างร้านภายใน 30 วัน (เกริ่น)

เมื่อผมและหุ้นส่วนคิดจะทำร้านอาหารแบรนด์ใหม่กันซึ่งเป็นร้านอาหารอีสาน เลยถือโอกาสเขียนบทความนี้เพื่อให้คนที่สนใจทำร้านอาหารได้เห็นถึงกระบวนการเริ่มทำร้านอาหารตั้งแต่ต้นจนเปิดร้าน ซึ่งใช้เวลารวมทั้งหมดแค่ 30 วัน ตั้งแต่เริ่มคิดคอนเซปต์ หาที่ ตกแต่งก่อสร้างไปจนถึงเริ่มเปิดร้าน
ซึ่งเป็นสิ่งที่หลายๆคนที่อยากทำร้านอาหารอยากรู้ แต่ไม่รู้ว่าจะไปหาข้อมูลเหล่านี้ได้จากไหน และควรจะวางแผนงานอย่างไร โดยใช้ประสบการณ์จากการทำร้านแบรนด์ Penguin Eat Shabu ของตัวเอง รวมถึงหุ้นส่วนที่เป็นอดีตผู้บริหารแบรนด์ร้านอาหารทั้งในเอเชียและยุโรปกว่า 30 สาขา โดยบทความนี้จะแบ่งออกเป็นตอนๆ เพื่อจะได้มีโอกาสลงลึกในรายละเอียดให้มากยิ่งขึ้น โดยผมจะแบ่งออกเป็น 5 ขั้นตอนหลักๆในการทำร้านปลาร้าขึ้นมาคือ

1. ขั้นตอนวางแผน (Planning stage)

ขั้นตอนนี้จะพูดถึงตั้งแต่การคิดคอนเซปต์ของร้าน Positioning ว่าเราจะอยู่ตรงไหนของตลาด รูปแบบ Business model รวมถึงการวิเคราะห์ความเป็นไปได้ของโครงการ (Project feasibility study) ว่าควรจะลงทุนเท่าไหร่ กี่ปีถึงจะคืนทุน

2. ขั้นตอนออกแบบ (Design stage)

ขั้นตอนออกแบบจะพูดถึงวิธีการหา design references เพื่อส่งต่อให้ดีไซเน่อร์ไปออกแบบ การวางคอนเซปต์การออกแบบร้านให้แตกต่างจากตลาด การวางผังร้านผังครัว เพื่อให้การทำงานลื่นไหลไม่สะดุด การประเมินงบประมาณการตกแต่ง การออกแบบร้านและ Corporate Identity (CI) และ การวางแผนการตกแต่งให้จบในระยะเวลาที่กำหนด

3. ขั้นตอนก่อสร้างตกแต่ง (Construction stage)

ขั้นตอนการตกแต่งจะพูดถึงตั้งแต่วิธีการคัดเลือกผู้รับเหมา การทำ ฺBOQ(Bill of quantity) ว่าเราจะทำเองได้ยังไง หรือจะมีการตรวจสอบ BOQ ของผู้รับเหมาที่เสนอมาได้อย่างไร ไม่ให้โดนฟัน เทคนิคการ sourcing วัสดุให้มีราคาถูก การบริหารงานตกแต่งว่าเราจะควบคุมการทำงานของผู้รับเหมาอย่างไร หรือเราควรจ้าง project manager มาคุมหรือไม่

4. ขั้นตอนก่อนเปิดร้าน (Pre-opening stage)

ขั้นตอนนี้จะพูดถึงเรื่องการวางระบบก่อนที่ร้านจะทำการเปิด ตั้งแต่การจัดทำสูตรอาหาร (Recipe) การจัดทำมาตรฐานการทำงาน (SOP) การคัดเลือกซัพพลายเออร์และทีมงาน ไปจนถึง การเทรนนิ่งพนักงานก่อนเปิดร้าน และการวางระบบบริหารจัดการให้พร้อมก่อนเปิดร้าน

5. ขั้นตอนเปิดร้าน (Opening stage)

ขั้นตอนสุดท้ายคือช่วงเปิดร้านไปแล้วว่าเราจะวางแผนการ Soft openingอย่างไร การวางแผนการตลาดเพื่อโปรโมตให้ร้านเป็นที่รู็จัก และสุดท้ายการปรับระบบการทำงานหลังจากที่ได้ทำการเปิดจริงไป

ร้านปลาร้า (ภายในโครงการ J Arena ราชพฤกษ์)

5 ข้อเหล่านี้ถือเป็นขั้นตอนมาตรฐานที่ทุกคนสามารถเรียนรู้และเอาไปปรับใช้กับธุรกิจหรือร้านอาหารที่คิดกำลังจะทำได้ แต่ไม่ได้เป็นการการันตีว่าถ้าทุกคนนำขั้นตอนเหล่านี้ไปทำแล้วจะทำให้ร้านขายดี แม้กระทั่งผมหรือหุ้นส่วนที่มีประสบการณ์ทำร้านมาหลายสิบสาขาก็ตาม เพราะปัจจัยที่จะทำให้ร้านประสบความสำเร็จนั้นมีมากมายหลายอย่าง และไม่จำเป็นที่คนที่เคยทำร้านร้านนึงประสบความสำเร็จแล้ว จะทำร้านต่อๆไปประสบความสำเร็จ

และก่อนที่เราจะไปถึงแต่ละขั้นตอนอยากให้ทุกคนตอบคำถามตัวเองให้ได้ก่อนว่า เราพร้อมที่จะทำธุรกิจร้านอาหารแล้วจริงๆหรือยัง เพราะการเริ่มทำร้านอาหารนั้นเป็นแค่อุปสรรคหรือความท้าทายแรกของการทำร้านอาหารเท่านั้น หลังจากที่คุณเปิดร้านไปแล้ว สิ่งที่คุณจะต้องเจอต่อมาก็คือ เรื่องการวางระบบงานเรื่องกำลังคน เรื่องการตลาดในการดึงลูกค้ามา ไหนจะเป็นเรื่องมาตรฐานการทำงานที่ไม่นิ่ง รวมไปถึงความควบคุมรสชาติและการบริการอีก

ปัญหาและอุปสรรคต่างๆจะเริ่มเข้ามาให้คุณได้เจอได้แก้แทบจะทุกวันหลังจากวันแรกที่ร้านคุณเปิด ถ้าคุณไม่พร้อมที่จะรับมือกับมัน การไม่เริ่มต้นทำร้านอาจเป็นคำตอบที่ดีที่สุดสำหรับคุณก็ได้

และเพื่อเป็นกำลังใจในการเขียนบทความต่อๆไป ช่วยรบกวนกด Like กด Follow เพจ Torpenguin – ผู้ชายขายบริการ นี้และเพจ ของร้านปลาร้า (Plara) นี้ด้วยครับ เพื่อเป็นกำลังใจในการแชร์ความรู้ต่อๆไป

#ต่อเพนกวิน

HOT STORIES

การศึกษาน้อยไม่ใช่ข้ออ้างในการทำธุรกิจ จากกรรมกรสู่ ธุรกิจหมูปิ้งร้อยล้าน

ถือเป็นโอกาสที่ดีที่ผมได้มีโอกาสสัมภาษณ์เจ้าของแบรนด์ เฮียนพหมูปิ้ง คุณนวพจน์ ชูหิรัญ หรือ เฮียนพ ชายที่ผ่านมาแทบทุกอาชีพไม่ว่าจะเป็น กรรมกร ทำงานโรงงาน ขายน้ำยาล้างจาน ไอติม เสื้อผ้าเด็ก ต้นไม้มงคล ขับแทกซี่ รปภ. และมอเตอร์ไซด์วิน แต่เพราะไม่ยอมแพ้กับชีวิตจนทำให้วันนี้ โรงงานหมูปิ้งของเฮียนพมีกำลังการผลิตมากกว่าวันละ 150,000 ไม้ รายได้มากกว่า 200 ร้อยล้านบาทต่อปี!! วันนี้ผมคงไม่ได้มาสัมภาษณ์ประวัติความเป็นมาของเฮียนพเพราะคงหาอ่านได้ตามเว็ปไซต์ต่างๆรวมไปถึงทีวีหลายๆช่องแล้ว แต่เราจะมาเจาะลึกกันว่าทำยังไงถึงสามารถสร้างธุรกิจหมูปิ้ง ธุรกิจที่คนทั่วไปมองว่าต่ำต้อย เงินน้อย จนกลายมาเป็นธุรกิจที่มีมูลค่าหลายร้อยล้านบาทได้กัน   ชื่อเฮียนพหมูปิ้งมาได้ยังไง จริงๆไม่ได้ชื่อเฮียนพมาตั้งแต่แรก แต่ก่อนก็ขายหมูปิ้งที่ตลาด ในตลาดคนขายก็จะมีแต่ผู้หญิงชื่อเจ๊โน่นบ้างเจ๊นี่บ้าง ที่นี้เราก็เป็นผู้ชายคนเดียวที่ขายหมูปิ้ง แล้วตอนนั้นเราชื่อมานพ แต่เดี๋ยวนี้เฮียเปลี่ยนชื่อมาเป็นชวพจน์แล้ว เค้าก็เลยเรียกเฮียนพ เราฟังแล้วก็เท่ดี ฟังแล้วจำง่าย เลยใช้ชื่อเฮียนพตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา แต่ชื่อบริษัทเราก็ใช้ชื่อว่า บริษัท หมูปิ้งนมสด จำกัด   ทำไมเฮียถึงจัดสินใจทำโรงงานหมูปิ้งทั้งๆที่คู่แข่งไม่มีใครคิดทำ เราทำหมูปิ้งแบบบ้านๆมาเรื่อยๆจนเรามีกำลังการผลิตวันละ 30,000 ไม้ ซึ่งเป็นการขายลูกค้ารายย่อยมาตลอด จนช่วงนึงเรามีลูกค้ารายใหญ่เข้ามาแต่เราไม่สามารถขายได้เพราะเราไม่ได้เป็นโรงงาน ไม่ได้เป็นบริษัท ทำให้สูญเสียโอกาสการขายไป สุดท้ายเราเลยต้องขายผ่านตัวแทนที่เค้าเป็นมาตรฐานโดยเป็น OEM […]

ไม่มีหรอกของถูกหรือแพงมีแต่ของ”คุ้ม”หรือ”ไม่คุ้ม”

เคยสงสัยมั้ยว่าทำไมร้านอาหารหลายร้านที่ตั้งราคาแพงกว่าตลาดแต่ทำไมคนก็ยังเข้ามาไม่ขาดสาย เทียบกับอีกร้านที่ราคาถูกกว่าแต่กลับไม่มีลูกค้าเลย สิ่งนี้มันทำให้เห็นว่าไม่จำเป็นที่ของราคาถูกกว่าจะขายได้ดีกว่าของที่ราคาแพงกว่าเสมอไป เพราะลูกค้าไม่ได้มองที่ราคาเพียงอย่างเดียวว่าถูกหรือแพง แต่เค้าจะมองว่า “คุ้ม” หรือ “ไม่คุ้ม” กับสิ่งที่จ่ายลงมากกว่า ซึ่งทฤษฎีความคุ้มค่าของลูกค้าคือ                                            ความคุ้มค่า = สิ่งที่ได้รับ – สิ่งที่คาดหวัง   จากสมการจะเห็นว่าการที่ตั้งราคาอาหารสูงไม่ใช่เรื่องที่ผิด แต่ต้องมั่นใจว่าจะสามารถส่งมอบได้มากกว่าหรือเท่ากับตามที่ลูกค้าคาดหวังด้วย ซึ่งความคุ้มค่าในมุมมองของลูกค้าอาจไม่ใช่แค่รสชาติ และราคาเพียงอย่างเดียว แต่อาจรวมไปถึง การบริการ ความเร็ว บรรยากาศ และการตกแต่งจาน บางร้านรสชาติอาจจะไม่ได้เด่นมาก แต่พนักงานบริการดี ยิ้มแย้มแจ่มใส มีการจัดจานที่ดี ก็จะทำให้ลูกค้ารู้สึกคุ้มค่ากับเงินที่เค้าจ่ายไปได้ เทียบกับอีกเจ้าที่ราคาถูกกว่า ยกตัวอย่างเช่น ร้านก๋วยเตี๋ยวต้มยำทะเล A […]

สิ่งที่เรียนรู้จากการทำร้านอาหารตลอด 3 ปี

ตลอด 3 ปีที่เปิดร้านเพนกวินมาได้พบเจออะไรมากมายทั้งเรื่องที่ดีไม่ดี ในโอกาสที่เพนกวินก้าวเข้าสู่ปีที่ 4 เลยอยากถือโอกาสสรุปบทเรียนที่ได้เรียนรู้เพื่อเป็นการเตือนตัวเองในวันข้างหน้าและเผื่อเป็นข้อคิดและเช็คลิสต์สำหรับคนที่อยากทำร้านอาหารหรือทำร้านอยู่แล้วก็ตามว่าเราหลงลืมข้อไหนกันไปรึเปล่า Passion ทำให้เกิดธุรกิจ แต่ไม่ทำให้ธุรกิจเติบโต หลายคนที่เริ่มทำร้านอาหารมักจะเริ่มจากมี passion ในการทำอาหารหรือบางคนชอบทานจนอยากทำร้านของตัวเอง ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตามจงระลึกไว้ว่า “การทำอาหารกับการทำธุรกิจร้านอาหารคนละเรื่องกัน”ในช่วงแรกเชื่อว่าทุกคนล้วนมี passion เต็มเปี่ยม ทำได้ทุกอย่างตั้งแต่ เข้าครัว เสิรฟ์อาหาร คิดเงิน ไปกระทั่งล้างจาน แต่หากคุณต้องทำซ้ำๆเดิมทุกวันๆ แถมยังจะต้องมานั่งแก้ปัญหาทั้งปัญหาเดิมและปัญหาใหม่ที่เข้ามาทดสอบคุณอยู่ตลอด เชื่อว่า passion หรือไฟในตัวคุณก็อาจมอดไปในระยะอันรวดเร็วได้เช่นกัน สิ่งที่จะทำให้ธุรกิจของคุณไปต่อได้จึงไม่ใช่แค่ passion อีกต่อไป หากแต่คือ “ระบบ” ระบบที่จะช่วยให้ร้านเดินต่อไปได้แม้ในช่วงที่คุณไม่อยู่เป็นอาทิตย์หรือเป็นเดือน ถ้าไม่เชื่อลองไปสังเกตุร้านตามห้างที่เปิดมานานหรือมีสาขาเยอะ มีร้านไหนบ้างที่เจ้าของร้านจะต้องมานั่งเฝ้าร้านตลอดเวลาเหมือนที่คุณกำลังทำ   เจ๊งในกระดาษให้จบก่อนลงมือทำจริง หากคุณเกิดมาในตระกูลร่ำรวยที่พร้อมจะให้คุณละลายเงินอย่างไม่ต้องแคร์ก็ข้ามข้อนี้ไปได้เลย แต่หากคุณคือคนที่เก็บเงินมาตลอดชีวิตเพื่อที่จะมีธุรกิจของตัวเองก็อยากให้ตั้งใจอ่านข้อนี้ให้ดี การลงทุนร้านอาหารในปัจจุบันไม่ได้ใช้เงินน้อยเลย ยิ่งเมื่อคุณคิดจะทำร้านในห้างหรือคอมมูนิตี้มอลล์ด้วย แค่ค่ามัดจำอย่างเดียวก็อาจทำให้คุณหมดเงินเป็นล้านได้แล้ว การคำนวนความเป็นไปได้โครงการ หรือที่เรียกว่า Feasibility study จึงมีความสำคัญมากๆ แต่เชื่อหรือไม่ว่าแทบจะไม่มีร้านไหนเลยที่รู้จักคิดถึงเรื่องเหล่านี้ก่อนที่ลงมือทำ แทบทุกคนเลือกที่จะไปตายเอาดาบหน้ากันหมด อยากให้คุณลองคิดในกระดาษให้ดีก่อนลงมือทำจริงไม่ว่าจะเป็นเรื่องเงินลงทุน ลูกค้าคือใคร คู่แข่งเป็นใคร จำนวนหัวต่อวัน หรือแม้แต่กระทั่งค่าใช้จ่ายในการดำเนินการว่ามีอะไรบ้างและสุดท้ายกำไรที่คาดว่าจะได้รับ แล้วที่สำคัญอยากให้คิดถึง worst […]

ทำอย่างไรเมื่อต้องแข่งกับแบรนด์ใหญ่

  ในยุคที่เราไม่สามารถหลีกเลี่ยงการแข่งขันได้นี้ ต่อให้คุณไม่อยากจะไปแข่งกับร้านอาหารแบรนด์ใหญ่ๆ หรือร้านอาหารขนาดใหญ่ แต่สมมุติถ้าวันนึงร้านเหล่านั้นมาตั้งตรงข้ามร้านคุณขึ้นมาคุณจะปรับตัวอย่างไร เพื่อให้สามารถอยู่รอดได้ และไม่สูญเสียฐานลูกค้าของคุณไป และนี่คือ 5 ที่จะทำให้คุณสามารถยืนหยัดสู้กับร้านใหญ่ได้โดยไม่ต้องกลัวอีกต่อไป มีความแตกต่าง ลูกค้าปัจจุบันนี้พร้อมลองร้านใหม่ๆเสมอถ้าร้านนั้นน่าสนใจและมีจุดขายมากพอ ลูกค้าคงไม่ดั้นด้นมาทานร้านคุณแน่ถ้าร้านคุณมีเมนูหรือการบริการที่เหมือนกับร้านอาหารทั่วๆไป การมีเมนูที่ลูกค้าไม่สามารถหาทานที่ไหนได้หรือเรียกง่ายๆว่าเมนู signature เช่นการนำวัตถุดิบท้องถิ่นนั้นๆมาประกอบในเมนูจะทำให้ร้านคุณมีจุดแตกต่างและทำให้เกิดการจดจำจากลูกค้าได้ แตกต่างในที่นี้ไม่ได้หมายถึงเฉพาะตัวเมนูเพียงอย่างเดียว แต่รวมไปถึงแบรนด์ดิ้ง ทั้งชื่อร้าน บรรยากาศ ไปจนถึงการบริการ ลูกค้าปัจจุบันนี้ไม่ได้ต้องการร้านอาหารที่เหมือนกันไปหมดทุกที่อีกต่อไปแล้ว พวกเค้าต้องการประสบการณ์ใหม่ๆตลอดเวลา เพราะเค้าถือว่าการมาทานร้านอาหารเป็นกิจกรรมการพักผ่อนอย่างนึงเหมือนกัน ไม่ใช่แค่การมาทานอาหารอย่างเดียวอีกต่อไป   รู้จักลูกค้า ถ้าคุณเป็นร้านเล็กๆไม่ใหญ่มาก การฝึกให้พนักงานจำชื่อลูกค้าประจำคงไม่ได้เป็นการลำบากจนเกินไป ถ้าพนักงาน ร้านสตาร์บัคสามารถจำชื่อลูกค้าและจำเมนูที่ลูกค้าสั่งประจำได้ พนักงานของคุณก็สามารถทำได้เช่นกัน ซึ่งปัจจุบันมีระบบ CRM สำหรับร้านอาหารมาเพื่อช่วยคุณเก็บข้อมูลลูกค้าได้อย่างละเอียดตั้งแต่ข้อมูลพื้นฐานไปจนถึง ความถี่ในการมาทาน ไปจนถึงเมนูที่ทานประจำ นอกเหนือนี้การบริการที่ดูเป็นกันเองจะช่วยให้ลูกค้ารู้สึกสบายใจและ   มากกว่าการบริการที่เป็นมาตรฐานแบบร้านอาหารแบรนด์ใหญ่ๆแต่ขาดชีวิตชีวา ยิ่งถ้าคุณสามารถจำชื่อลูกค้าและเมนูที่เค้าชอบทานได้ เชื่อได้เลยว่ายังไงเค้าก็ต้องกลับมาเป็นลูกค้าประจำคุณแน่นอน   ความเร็ว หมดยุคที่ปลาใหญ่กินปลาเล็กอีกต่อไปแล้ว แต่เราอยู่ในยุคที่ปลาเร็วกินปลาช้า ข้อจำกัดอย่างนึงที่ร้านใหญ่เกือบทั้งหมดมีก็คือความคล่องตัว ไม่ต่างอะไรกับคนอ้วนที่จะขยับตัวทำอะไรกก็ลำบาก ยกตัวอย่างเช่นการจะทำโปรโมชั่นขึ้นมาอย่างนึง จะต้องมีผู้เกี่ยวข้องมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเจ้าของร้าน ฝ่ายการตลาด ฝ่ายกราฟฟิก และเชฟประจำสาขาที่ต้องถูกเทรน ซึ่งกว่าโปรโมชั่นแต่ละอันจะคลอดออกมาได้อาจใช้ระยะวเลาเป็นเดือน ในทางตรงกันข้าม […]