ข้อคิดเถ้าแก่จาก เจ้าสัวธนินทร์ - Torpenguin

ข้อคิดเถ้าแก่จาก เจ้าสัวธนินทร์

— ข้อคิดเถ้าแก่จากเจ้าสัวธนินทร์ —

เมื่อวานนี้ (11/1/2019) ทางผมและพี่ชาย ได้มีโอกาสไปบรรยายให้ทางเจ้าสัวธนินทร์ คณะผู้บริหาร และพนักงานในเครือ CP ฟังเกี่ยวกับแนวคิดธุรกิจของเพนกวิน รวมถึงมีโอกาสได้นั่งพูดคุยกับคุณธนินทร์และนั่งฟังท่านสอนพนักงานต่อ .ซึ่งมีหลายประเด็นที่น่าสนใจและมีประโยชน์ต่อเจ้าของธุรกิจหรือเถ้าแก่อย่างเรา เลยถือโอกาสสรุปออกมาเป็นข้อๆเผื่อจะเอาไปปรับใช้กับสิ่งที่ตัวเองทำอยู่ได้


1. เป็นเถ้าแก่อย่าคิดว่าสบาย

ใครที่คิดว่าเป็นเถ้าแก่แล้วจะสบายกว่าการเป็นพนักงานก็อย่ามาเป็นเถ้าแก่ เพราะเป็นเถ้าแก่แล้วคุณต้องทำมันตลอดเวลาไม่มีวันหยุด แต่ให้คุณสนุกกับงานที่ทำ ให้เหมือนกำลังเล่นเกมอยู่ เมื่อไหร่ที่คุณไม่สนุกกับงานที่ทำคุณจะไม่มีทางทำมันออกมาได้ดีเลย

2. เป็นเถ้าแก่ต้องเรียนรู้ตลอดเวลา

เราจะหยุดเรียนรู้ไม่ได้เลย ทุกวันนี้มีสิ่งใหม่ๆเกิดขึ้นตลอดเวลา เมื่อไหร่ที่เราหยุดเรียนรู้เราจะตามคนอื่นไม่ทัน ขนาดอายุ 80 อย่างผม(คุณธนินทร์) ก็ยังต้องรู้จากคนรุ่นใหม่อยู่ตลอดเวลา ต้องตามโลกให้ทันโดยเฉพาะเรื่อง IT เรื่องเทคโนโลยี

3. เป็นเถ้าแก่ผลงานไม่ดีให้โทษตัวเองก่อนลูกน้อง

ในฐานะเถ้าแก่คุณคือคนที่วางทิศทางของธุรกิจ คนที่มีอำนาจตัดสินใจทุกๆอย่าง คุณไม่สามารถโทษใครได้เลยถ้าผลงานออกมาไม่ดี ไม่ว่าสาเหตุจะเกิดจากพนักงานของคุณหรือไม่ก็ตาม

4. เป็นเถ้าแก่ต้องกล้าเปลี่ยนแปลงถ้าวิธีการเดิมไม่ได้ผล

เราอยู่ในยุค 4.0 ยุคที่ทุกอย่างเปลี่ยนไปหมด วิธีที่เคยทำสำเร็จอาจไม่สามารถใช้ได้กับยุคนี้ และถ้าวิธีการเดิมที่ทำอยู่ไม่ได้ผลหรือได้ผลลัพธ์แย่ลง ต้องกล้าที่จะเปลี่ยนแปลงวิธีการใหม่ๆ อย่ามัวไปยึดติดกับวิธีคิดแบบเดิมๆ

5. เป็นเถ้าแก่ทำผิดพลาดได้แต่ต้องรู้ตัวว่าผิด

การทำผิดพลาดเป็นเรื่องปกติในการทำงาน คนที่ไม่เคยทำผิดคือคนที่ไม่เคยทำอะไรเลย แต่สิ่งที่น่ากลัวของคนที่ทำผิดพลาดที่สุดก็คือการที่ไม่รู้ว่าตัวเองทำผิด เพราะเมื่อไหร่ที่คุณไม่รู้ว่าตัวเองทำผิด ก็จะไม่มีการแก้ไข สิ่งที่สำคัญคือผิดแล้วอย่าผิดซ้ำเรื่องเดิม ให้เรียนรู้บทเรียนจากความผิดพลาดนั้น

6.เป็นเถ้าแก่ต้องให้โอกาสคนเก่งแต่อย่าลืมให้อำนาจด้วย

หลายครั้งที่เจ้าของธุรกิจอยากให้โอกาสคนรุ่นใหม่ในการทำงานเพราะอยากเห็นอะไรใหม่ๆ แต่กลับลืมให้อำนาจไปด้วย ทำให้ต่อให้มีไอเดียที่ดีไหนแต่หากหัวหน้าหรือผู้บังคับบัญชาไม่เห็นด้วยหรือไม่อยากทำทุกอย่างก็จบ

7. เป็นเถ้าแก่ต้องให้ความสำคัญกับคนมากกว่าเครื่องจักร

สิ่งที่สำคัญที่สุดของธุรกิจคือคนไม่ใช่เครื่องจักร การลงทุนกับคนเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดเพราะต่อให้ปัจจุบันเราจะมีระบบมีเครื่องจักรที่ดีแค่ไหน แต่ระบบหรือเครื่องจักรก็ถูกคิดและสั่งการโดยคนทั้งสิ้น ฉะนั้นธุรกิจจะดีไม่ดีอยุ่ที่คนทั้งสิ้นไม่ใช้เครื่องจักรหรือระบบ

8. เป็นเถ้าแก่เริ่มต้นเล็กๆไม่เป็นไร แต่ต้องคิดให้ใหญ่

หากคิดจะเริ่มทำอะไรต้องคิดให้ใหญ่ จะทำของขายอย่าคิดจะขายแค่ในจังหวัดต้องให้ขายได้ทั้งประเทศ ต้องขายให้ได้จำนวนเพราะจะมีผลต่อต้นทุนค่าขนส่งที่ถูกลงและคุณก็จะมีศักยภาพในการแข่งขันกับคู่แข่ง หลายๆธุรกิจที่ไปไม่รอดเพราะไม่สามารถควบคุมต้นทุนค่าขนส่งได้ ไม่ใช่เพราะเค้าขายของไม่ได้

9. เป็นเถ้าแก่อย่าดีใจกับความสำเร็จเกินหนึ่งวันวันไหนที่คุณทำสำเร็จให้ดีใจแค่วันเดียวเท่านั้น แล้ววันรุ่งขึ้นให้ลืมความสำเร็จนั้นไป เพราะสำเร็จในวันนี้ไม่ได้หมายถึงจะสำเร็จในอนาคต เมื่อไหร่ที่คุณมัวชื่นชมกับความสำเร็จและหยุดพัฒนาตัวเองแม้แต่วันเดียวนั่นทำให้คู่แข่งอาจแซงหน้าคุณไปได้แล้ว

#ต่อเพนกวิน

12-01-2019

HOT STORIES

ทางรอดของธุรกิจร้านอาหาร บทเรียนจากร้านอาหารระดับโลก

ทางรอดของธุรกิจร้านอาหาร บทเรียนจากร้านอาหารระดับโลก เมื่อช่วงเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาได้มีโอกาสบรรยายร่วมกับพี่ทามม์ อดีต GM ร้านอาหาร Blue Elephant ร้านอาหารไทยที่มีสาขาทั่วโลกและปัจจุบันเป็นผู้บริหารที่ Minor food group ยักษ์ใหญ่ด้านร้านอาหารที่ประเทศสิงคโปร์ พี่ทามม์เล่าถึงประสบการณ์ในการทำงานกับร้านอาหารระดับโลกว่าทำไมร้านเหล่านี้ถึงขยายสาขาได้มากมายทำให้ได้เข้าใจวิธีคิด และเคล็ดลับที่ร้านอาหารใหญ่ๆไม่เคยบอก จนถึงขนาดต้องขออนุญาตแกเขียนบทความนี้เพื่อสรุปความรู้ได้รับเพราะรู้สึกว่าความรู้ดีๆแบบนี้ไม่ควรเก็บไว้คนเดียว หลายคนอาจจะงงว่า Minor food คืออะไร แต่รับรองถ้าพูดชื่อร้านอาหารเหล่ารับรองว่าทุกคนต้องร้องอ๋อแน่นอนทั้ง Pizza company, Sizzler, Swensen, Dairy queen, Coffee club และ Burger king พี่ทามม์คือคนที่ได้รับหน้าที่ไปบริหารร้าน Thai Express ที่สิงคโปร์ซึ่ง Minor ได้ไปเทคโอเวอร์มาจำนวน 10 กว่าสาขา โดยมีโจทย์ว่าทำยังไงก็ได้ให้สามารถขยายสาขาแบรนด์นี้ออกไปได้ทั่วโลก ซึ่งปัญหาตอนนั้นก็คือแต่ละสาขามีมาตรฐานไม่เหมือนกันเลย ต่างสาขา ต่างพ่อครัว รสชาติก็ต่างกัน วิธีทำก็ต่างกัน แล้วมันจะขยายสาขาได้ยังไง ปัญหานี้ไม่ต่างกับปัญหาของร้านอาหารทั่วไปที่พบโดยเฉพาะเรื่องของคนซึ่งเป็นปัญหาโลกแตกของคนทำธุรกิจร้านอาหาร ที่อยู่ดีๆพ่อครัวนึกจะลาก็ลานึกจะออกก็ออก กลายเป็นเจ้าของร้านต้องคอยง้อพนักงาน จะว่าก็ไม่กล้ากลัวจะงอนแล้วลาออก หรือปัญหาการทุจริตในร้านที่ไม่สามารถตรวจสอบได้เพราะพ่อครัวเป็นคนจัดการทุกอย่างในครัว จนเป็นเหตุทำให้ร้านไม่สามารถขยายสาขาได้ หรือบางร้านถึงขนาดที่ต้องปิดตัวลงเพราะแก้ปัญหาเหล่านี้ไม่ได้ แต่เราเคยสังเกตุกันมั้ยว่าทำไมร้านอาหารดังๆในห้างไม่ว่าจะเป็นทั้ง […]

ข้อคิดเถ้าแก่จาก เจ้าสัวธนินทร์

— ข้อคิดเถ้าแก่จากเจ้าสัวธนินทร์ — เมื่อวานนี้ (11/1/2019) ทางผมและพี่ชาย ได้มีโอกาสไปบรรยายให้ทางเจ้าสัวธนินทร์ คณะผู้บริหาร และพนักงานในเครือ CP ฟังเกี่ยวกับแนวคิดธุรกิจของเพนกวิน รวมถึงมีโอกาสได้นั่งพูดคุยกับคุณธนินทร์และนั่งฟังท่านสอนพนักงานต่อ .ซึ่งมีหลายประเด็นที่น่าสนใจและมีประโยชน์ต่อเจ้าของธุรกิจหรือเถ้าแก่อย่างเรา เลยถือโอกาสสรุปออกมาเป็นข้อๆเผื่อจะเอาไปปรับใช้กับสิ่งที่ตัวเองทำอยู่ได้ 1. เป็นเถ้าแก่อย่าคิดว่าสบาย ใครที่คิดว่าเป็นเถ้าแก่แล้วจะสบายกว่าการเป็นพนักงานก็อย่ามาเป็นเถ้าแก่ เพราะเป็นเถ้าแก่แล้วคุณต้องทำมันตลอดเวลาไม่มีวันหยุด แต่ให้คุณสนุกกับงานที่ทำ ให้เหมือนกำลังเล่นเกมอยู่ เมื่อไหร่ที่คุณไม่สนุกกับงานที่ทำคุณจะไม่มีทางทำมันออกมาได้ดีเลย 2. เป็นเถ้าแก่ต้องเรียนรู้ตลอดเวลา เราจะหยุดเรียนรู้ไม่ได้เลย ทุกวันนี้มีสิ่งใหม่ๆเกิดขึ้นตลอดเวลา เมื่อไหร่ที่เราหยุดเรียนรู้เราจะตามคนอื่นไม่ทัน ขนาดอายุ 80 อย่างผม(คุณธนินทร์) ก็ยังต้องรู้จากคนรุ่นใหม่อยู่ตลอดเวลา ต้องตามโลกให้ทันโดยเฉพาะเรื่อง IT เรื่องเทคโนโลยี 3. เป็นเถ้าแก่ผลงานไม่ดีให้โทษตัวเองก่อนลูกน้อง ในฐานะเถ้าแก่คุณคือคนที่วางทิศทางของธุรกิจ คนที่มีอำนาจตัดสินใจทุกๆอย่าง คุณไม่สามารถโทษใครได้เลยถ้าผลงานออกมาไม่ดี ไม่ว่าสาเหตุจะเกิดจากพนักงานของคุณหรือไม่ก็ตาม 4. เป็นเถ้าแก่ต้องกล้าเปลี่ยนแปลงถ้าวิธีการเดิมไม่ได้ผล เราอยู่ในยุค 4.0 ยุคที่ทุกอย่างเปลี่ยนไปหมด วิธีที่เคยทำสำเร็จอาจไม่สามารถใช้ได้กับยุคนี้ และถ้าวิธีการเดิมที่ทำอยู่ไม่ได้ผลหรือได้ผลลัพธ์แย่ลง ต้องกล้าที่จะเปลี่ยนแปลงวิธีการใหม่ๆ อย่ามัวไปยึดติดกับวิธีคิดแบบเดิมๆ 5. เป็นเถ้าแก่ทำผิดพลาดได้แต่ต้องรู้ตัวว่าผิด การทำผิดพลาดเป็นเรื่องปกติในการทำงาน คนที่ไม่เคยทำผิดคือคนที่ไม่เคยทำอะไรเลย แต่สิ่งที่น่ากลัวของคนที่ทำผิดพลาดที่สุดก็คือการที่ไม่รู้ว่าตัวเองทำผิด เพราะเมื่อไหร่ที่คุณไม่รู้ว่าตัวเองทำผิด ก็จะไม่มีการแก้ไข […]

Business Plan ทางรอดร้านอาหารยุคนี้

“If you fail to plan, you plan to fail” “ถ้าคุณล้มเหลวในการวางแผน คุณก็วางแผนในการล้มเหลวได้เลย”   คนที่ประสบความสำเร็จนั้นไม่ใช่คนที่สักแต่ลงมือทำไปเรื่อยๆ แต่คือคนที่วางแผนก่อนที่จะเริ่มทำ และทำมันอย่างจริงจังต่างหาก หลายๆครั้งที่มีเจ้าของร้านอาหารมาปรึกษาผมเรื่อง ยอดขายที่ไม่เข้าเป้า ต้นทุนอาหารที่แพง หรือแม้กระทั่ง ขายได้แต่ไม่เหลือกำไร พอผมไล่ถามไปเรื่อยๆ สิ่งนึงที่เหมือนกันเกือบทั้งหมดคือ ไม่มีการทำแผนธุรกิจ (Business plan) รวมถึง การคำนวณความเป็นไปได้ในการลงทุน (Feasibility Study) ก่อนที่จะเริ่มทำร้านเลย ซึ่งสองสิ่งนี้ถือเป็นสิ่งที่สำคัญมากถึงมากที่สุดไม่ว่าจะทำธุรกิจใดๆก็ตาม ซึ่งหลายครั้งที่พบคือร้านขายได้แต่ขาดทุน หรือขายได้แต่ไม่มีกำไร ทำไมมันถึงเป็นแบบนั้น? สมมุติง่ายๆ หากคุณต้องการทำร้านก๋วยเตี๋ยวในโซนออฟฟิศ แต่คุณมีพื้นที่วางโต๊ะได้แค่ 4-5 โต๊ะ คุณตั้งราคาขายอยู่ที่ชามละ 40 บาทโดยที่คุณมีกำไรขั้นต้นอยู่ที่ 20 บาท สมมุติว่ารอบนึงคุณขายได้อยู่ที่ 20 หัว โดยวันนึงคุณขายได้ 3 รอบเป็นกลางวัน 2 รอบและตอนเย็น 1 รอบ นั่นหมายถึงคุณจะได้กำไรขั้นต้นอยู่ที่วันละ […]

การศึกษาน้อยไม่ใช่ข้ออ้างในการทำธุรกิจ จากกรรมกรสู่ ธุรกิจหมูปิ้งร้อยล้าน

ถือเป็นโอกาสที่ดีที่ผมได้มีโอกาสสัมภาษณ์เจ้าของแบรนด์ เฮียนพหมูปิ้ง คุณนวพจน์ ชูหิรัญ หรือ เฮียนพ ชายที่ผ่านมาแทบทุกอาชีพไม่ว่าจะเป็น กรรมกร ทำงานโรงงาน ขายน้ำยาล้างจาน ไอติม เสื้อผ้าเด็ก ต้นไม้มงคล ขับแทกซี่ รปภ. และมอเตอร์ไซด์วิน แต่เพราะไม่ยอมแพ้กับชีวิตจนทำให้วันนี้ โรงงานหมูปิ้งของเฮียนพมีกำลังการผลิตมากกว่าวันละ 150,000 ไม้ รายได้มากกว่า 200 ร้อยล้านบาทต่อปี!! วันนี้ผมคงไม่ได้มาสัมภาษณ์ประวัติความเป็นมาของเฮียนพเพราะคงหาอ่านได้ตามเว็ปไซต์ต่างๆรวมไปถึงทีวีหลายๆช่องแล้ว แต่เราจะมาเจาะลึกกันว่าทำยังไงถึงสามารถสร้างธุรกิจหมูปิ้ง ธุรกิจที่คนทั่วไปมองว่าต่ำต้อย เงินน้อย จนกลายมาเป็นธุรกิจที่มีมูลค่าหลายร้อยล้านบาทได้กัน   ชื่อเฮียนพหมูปิ้งมาได้ยังไง จริงๆไม่ได้ชื่อเฮียนพมาตั้งแต่แรก แต่ก่อนก็ขายหมูปิ้งที่ตลาด ในตลาดคนขายก็จะมีแต่ผู้หญิงชื่อเจ๊โน่นบ้างเจ๊นี่บ้าง ที่นี้เราก็เป็นผู้ชายคนเดียวที่ขายหมูปิ้ง แล้วตอนนั้นเราชื่อมานพ แต่เดี๋ยวนี้เฮียเปลี่ยนชื่อมาเป็นชวพจน์แล้ว เค้าก็เลยเรียกเฮียนพ เราฟังแล้วก็เท่ดี ฟังแล้วจำง่าย เลยใช้ชื่อเฮียนพตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา แต่ชื่อบริษัทเราก็ใช้ชื่อว่า บริษัท หมูปิ้งนมสด จำกัด   ทำไมเฮียถึงจัดสินใจทำโรงงานหมูปิ้งทั้งๆที่คู่แข่งไม่มีใครคิดทำ เราทำหมูปิ้งแบบบ้านๆมาเรื่อยๆจนเรามีกำลังการผลิตวันละ 30,000 ไม้ ซึ่งเป็นการขายลูกค้ารายย่อยมาตลอด จนช่วงนึงเรามีลูกค้ารายใหญ่เข้ามาแต่เราไม่สามารถขายได้เพราะเราไม่ได้เป็นโรงงาน ไม่ได้เป็นบริษัท ทำให้สูญเสียโอกาสการขายไป สุดท้ายเราเลยต้องขายผ่านตัวแทนที่เค้าเป็นมาตรฐานโดยเป็น OEM […]