เข้าใจลักษณะนิสัยลูกค้าแต่ละกลุ่มช่วงอายุ - Torpenguin

เข้าใจลักษณะนิสัยลูกค้าแต่ละกลุ่มช่วงอายุ

ลองถามตัวคุณเองดูว่าตอนคุณอายุ 20 กับคุณในปัจจุบันยังชอบร้านอาหารร้านเดิมอยู่ไหม เมื่อเวลาเปลี่ยน วิถีชีวิตเปลี่ยน รายได้เพิ่มมากขึ้นความชอบก็อาจเปลี่ยนไป การเข้าใจนิสัยของคนในแต่ละช่วงอายุจะทำให้คุณสามารถกำหนดกลุ่มเป้าหมายลูกค้าได้แม่นยำมากขึ้น

ซึ่งเราสามารถแบ่งกลุ่มคนออกตามช่วงอายุได้ทั้งหมด 4 กลุ่มใหญ่ๆ คือ

 

Generation Z

คือกลุ่มคนที่เกิดหลังจากปี 1995 เป็นต้นไป

กลุ่ม Gen Z ถือเป็นกลุ่มวัยรุ่นที่เกิดมาในยุคโซเชียลมีเดียอย่างเต็มตัว เกิดมาก็อยู่ในยุคที่มือถือมีกล้องและเล่นโซเชียลมีเดียได้แล้ว ทำให้คนกลุ่มนี้ชีวิตติดอยู่กับมือถือตลอดเวลา จนกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต พวกเขามักจะเลือกร้านอาหารตามสิ่งที่เขาเห็นในออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นรีวิวต่างๆ หรือจากที่เพื่อนแชร์ในโซเชียลมีเดีย และกลุ่ม Gen Z นี้ก็พร้อมที่จะแชร์ประสบการณ์ที่ตัวเองได้รับลงโซเชียลมีเดียด้วยเช่นเดียวกัน

ถึงแม้คนกลุ่มนี้จะมีกำลังซื้อที่ยังน้อย แต่กลับกลายเป็นคนที่มีอิทธิพลในโลกออนไลน์เป็นอย่างมาก หลายๆ คนเปลี่ยนตัวเองมาเป็น Blogger เป็น Youtuber ตั้งแต่ยังเรียนหนังสืออยู่ คอยไปรีวิวร้านกาแฟสวยๆ ร้านอาหารแนวๆ ลงในเพจของตัวเอง ทำให้ร้านนั้นๆ เริ่มเป็นที่รู้จัก

ข้อมูลที่น่าสนใจอย่างหนึ่งคือคน Gen Z เป็นกลุ่มที่ให้ความสำคัญกับเรื่องการกินเป็นอันดับต้นๆ และการที่คนกลุ่มนี้อยู่ในยุคที่ข้อมูลทุกอย่างอยู่แค่เพียงปลายนิ้ว คน Gen Z จึงให้ความสนใจประเภทอาหารที่มีความเฉพาะเจาะจงมากขึ้นเรื่อยๆ ยกตัวอย่างเช่น อาหารออร์แกนิค กลูเตนฟรี อาหารเชื้อชาติต่างๆ ไปจนถึงแหล่งที่มาของวัตถุดิบว่าได้คุณภาพและได้ช่วยเหลือเกษตกรหรือไม่ โดยไม่ได้สนใจเพียงแค่รสชาติของอาหารหรือเรื่องการถ่ายรูปแบบที่เราเข้าใจเพียงอย่างเดียว

ปัจจุบันคนกลุ่มนี้ส่วนมากยังอยู่ในวัยเรียน ทำให้อาจไม่ใช่กลุ่มเป้าหมายของร้านอาหารประเภท casual dining หรือ fine dining ซึ่งมีราคาแพง  แต่สำหรับร้านประเภท fast food, fast casual หรือแม้กระทั่งร้านอาหารชั่วคราวอย่าง food truck และร้าน Pop up กลับชื่นชอบคน Gen Z ดังจะเห็นได้จากการตลาดและโปรโมชั่นต่างๆ ที่ออกมาเพื่อดึงดูดคนกลุ่มนี้โดยเฉพาะ

Generation Y

ประชากรกลุ่ม Gen Y คือกลุ่มคนที่เกิดในช่วงปี 1980 – 1995

เป็นกลุ่มที่อยู่ในยุคเปลี่ยนแปลงจากอนาล็อคมาเป็นดิจิทัลและโตมาพร้อมกับอินเทอร์เน็ต เริ่มมีโปรแกรมแชทออนไลน์ มีอีเมลล์เข้ามา ทำให้คนกลุ่มนี้เริ่มมีการแชร์ข้อมูลต่างๆ กันมากขึ้นเรื่อยๆ และยิ่งพอมีโซเชียลมีเดียเข้ามา คนกลุ่มนี้ก็คือกลุ่มคนที่ใช้งานหลักทั้งในเรื่องของการทำงานและชีวิตส่วนตัว

ปัจจุบันเราถือว่ากลุ่ม Gen Y นี้เป็นกลุ่มที่มีอิทธิพลมากที่สุด เนื่องจากเป็นกลุ่มที่มีจำนวนประชากรมากที่สุดอยู่ที่ประมาณ 20 – 25% ของจำนวนประชากรโลก

Gen Y นี้เป็นกลุ่มที่ถ่ายภาพก่อนกินเช่นเดียวกับคน Gen Z คือต้องเชื่อมต่อกับโลกโซเชียลมีเดียตลอดเวลา ทั้ง Facebook Instagram และ Twitter คนกลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่การตัดสินใจส่วนหนึ่งมาจากกระแสในโลกออนไลน์ ถ้าร้านไหนเห็นว่าดี ร้านสวย หรือเมนูมีความแปลกใหม่ ก็พร้อมจะไปลองได้โดยทันที จนบางครั้งเราเรียกคนกลุ่มนี้ว่า The Foodie generation

แต่ไม่ใช่ว่าคนกลุ่มนี้จะสนใจแต่เรื่องการถ่ายภาพ การแชร์ข้อมูล จนไม่สนใจเรื่องคุณภาพอาหารเลย คน Gen Y ยังเป็นกลุ่มที่ให้ความสำคัญกับการกินอาหารที่ไม่ทำร้ายสุขภาพ กินหวานน้อยลง และใช้วัตถุดิบที่ดีเช่นกัน เช่น ร้านโอ้กระจู๋ ร้านอาหารสุขภาพจากจังหวัดเชียงใหม่ที่เน้นวัตถุดิบที่ปลูกขึ้นมาเอง ร้าน Jones’ salad ที่เน้นขายแต่สลัดก็เป็นร้านยอดฮิตของพนักงานออฟฟิศ Gen Y  หรือแบรนด์ธัญพืชอบกรอบอย่าง Diamond grains ก็เติบโตขึ้นมาได้เพราะลูกค้ากลุ่มนี้ที่ให้ใส่ใจเรื่องสุขภาพเช่นเดียวกัน

นิสัยที่เด่นชัดของคน Gen Y และ Gen Z ที่เหมือนกันอย่างหนึ่งก็คือ เกลียดการรอคอย การบริการที่รวดเร็วถือเป็นสิ่งที่ร้านอาหารยุคนี้ต้องให้ความสำคัญ ต่อให้อาหารจะอร่อยแค่ไหน ถ้าร้านคุณทำให้คนกลุ่มนี้รอนาน อย่าได้หวังว่าพวกเขาจะกลับมาอีกเป็นครั้งที่สอง และด้วยสาเหตุนี้เองทำให้ธุรกิจ Delivery จึงเข้ามามีอิทธิพลในยุคนี้เป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็น Lineman, Uber eat  หรือ Food panda ซึ่งกลุ่ม Gen Y บางส่วนพร้อมที่จะสั่งอาหารแบบบริการส่งถึงที่จากร้านคุณ เพราะขี้เกียจออกไปกินที่ร้าน โดยยินดีเป็นคนรับผิดชอบค่าขนส่งเองทั้งหมด ซึ่งถือว่าเป็นการเพิ่มช่องทางการขายที่ดีในทางหนึ่ง

 

Generation X

ประชากรกลุ่ม Gen X คือกลุ่มคนที่เกิดในช่วงปี 1960-1980

คนกลุ่มนี้คือกลุ่มที่เกิดมาในยุคที่โลกยังไม่มีเทคโนโลยีอย่างเช่นทุกวันนี้ ฉะนั้นการตัดสินใจเลือกร้านของคนกลุ่ม Gen X อาจจะอยู่ที่ชื่อเสียงของแบรนด์ หรือการบอกต่อของเพื่อนเป็นหลัก แต่ไม่ใช่ว่าคนกลุ่มนี้จะไม่เปิดรับสื่อออนไลน์เลย การทำการตลาดบนออนไลน์อย่างเช่น Facebook, Line@ หรือแม้กระทั่ง Google ก็ยังคงมีความสำคัญ เพราะบางครั้งต่อให้คนกลุ่มนี้เป็นคนจ่ายเงิน แต่คนเลือกร้านอาจเป็นรุ่นลูกซึ่งอยู่ในกลุ่ม Gen Y หรือ Z ก็เป็นได้

คนกลุ่ม Gen X นี้ถือเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูงที่สุดในทุกๆ กลุ่ม ด้วยวัยและหน้าที่การงานที่มาถึงในจุดสูงสุดของชีวิต การกินการอยู่จึงไม่ใช่แค่กินเพื่อประทังชีวิตหรือตามกระแสอย่าง Gen Y และ Z อีกต่อไปแล้ว แต่คนกลุ่มนี้จะให้ความสำคัญในเรื่องของคุณภาพ การบริการ และวัตถุดิบมากกว่าเรื่องของราคา

อย่างไรก็ตามต่อให้คนกลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูงสุด แต่คน Gen X ส่วนใหญ่ก็ยังต้องการอาหารที่เรียบง่าย ไม่หวือหวาแบบอาหารฟิวชั่น หรืออาหารที่มีส่วนผสมที่ไม่คุ้นหู

ฉะนั้นร้านอาหารประเภท casual dining ที่เน้นคุณภาพของวัตถุดิบ ยกตัวอย่างเช่น ร้านแหลมเจริญ ร้านสมบูรณ์โภชนา ร้านครัวเจ๊ง้อ หรือ ร้าน Salad factory ฯลฯ จึงเป็นร้านประจำของคนกลุ่มนี้ และที่สำคัญคนกลุ่มนี้มักจะมากับครอบครัว ทำให้ร้านอาหารควรมีโต๊ะที่สามารถรองรับสมาชิกเป็นจำนวนมากไว้ด้วย

 

Baby Boomer

กลุ่มสุดท้าย Baby boomer หรือกลุ่มผู้สูงอายุที่เกิดในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2

กลุ่มนี้ถือเป็นกลุ่มที่ใช้เทคโนโลยีน้อยที่สุดเมื่อเทียบกับทุกกลุ่ม การเล่นโซเชียลมีเดียมักมีจุดประสงค์เพื่อคุยกับสมาชิกในครอบครัวและเพื่อนเป็นหลัก ซึ่งโซเชียลมีเดียที่นิยมใช้คือ Line เพราะเป็นสิ่งที่ใช้งานง่ายที่สุด ร้านไหนที่ต้องการจับตลาดคนกลุ่มนี้ จึงหลีกเลี่ยงไม่ได้เลยที่จะต้องให้ความสำคัญกับ Line และ Line@

กลุ่ม Baby boomer ถือเป็นกลุ่มที่เปลี่ยนแปลงอะไรได้ค่อนข้างยาก มักจะชอบกินอาหารในร้านเดิมๆ บรรยากาศเดิมๆ ลองสังเกตดูพ่อแม่หรือปู่ย่าเราก็ได้ ถ้าท่านชอบกินข้าวหรือตัดผมร้านไหน ท่านก็จะไปแต่ร้านเดิมๆ สั่งอาหารเดิมๆ แต่ก็ถือว่าเป็นกลุ่มที่ไม่ควรมองข้าม โดยมีการคาดการณ์ไว้ว่าภายในปี 2020 ประเทศไทยอาจเข้าสู่ยุคสังคมผู้สูงอายุเต็มตัว สังเกตได้จากเริ่มมีหลายธุรกิจที่พยายามจะจับตลาดกลุ่มนี้มากขึ้นเรื่อยๆ ทั้ง ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจการแพทย์ ไปจนถึงธุรกิจบริการอย่างร้านอาหาร

แล้วจะจับกลุ่มนี้อย่างไรถ้าเราเป็นร้านอาหารเปิดใหม่?

สิ่งที่น่าสนใจคือถึงแม้คนกลุ่มนี้ส่วนใหญ่จะค่อยไม่ได้ใช้เครื่องมือสื่อสารบนโลกออนไลน์มากนัก แต่การทำการตลาดออนไลน์เพื่อจับคนกลุ่มนี้ยังคงมีความสำคัญ เนื่องจากพวกเขามักปล่อยให้การตัดสินใจในการเลือกร้านเป็นของคนกลุ่ม Gen X หรือ Y ซึ่งเป็นรุ่นลูกเป็นคนตัดสินใจให้แทน

 

#ต่อเพนกวิน

#ผู้ชายขายบริการ

HOT STORIES

Business Plan ทางรอดร้านอาหารยุคนี้

“If you fail to plan, you plan to fail” “ถ้าคุณล้มเหลวในการวางแผน คุณก็วางแผนในการล้มเหลวได้เลย”   คนที่ประสบความสำเร็จนั้นไม่ใช่คนที่สักแต่ลงมือทำไปเรื่อยๆ แต่คือคนที่วางแผนก่อนที่จะเริ่มทำ และทำมันอย่างจริงจังต่างหาก หลายๆครั้งที่มีเจ้าของร้านอาหารมาปรึกษาผมเรื่อง ยอดขายที่ไม่เข้าเป้า ต้นทุนอาหารที่แพง หรือแม้กระทั่ง ขายได้แต่ไม่เหลือกำไร พอผมไล่ถามไปเรื่อยๆ สิ่งนึงที่เหมือนกันเกือบทั้งหมดคือ ไม่มีการทำแผนธุรกิจ (Business plan) รวมถึง การคำนวณความเป็นไปได้ในการลงทุน (Feasibility Study) ก่อนที่จะเริ่มทำร้านเลย ซึ่งสองสิ่งนี้ถือเป็นสิ่งที่สำคัญมากถึงมากที่สุดไม่ว่าจะทำธุรกิจใดๆก็ตาม ซึ่งหลายครั้งที่พบคือร้านขายได้แต่ขาดทุน หรือขายได้แต่ไม่มีกำไร ทำไมมันถึงเป็นแบบนั้น? สมมุติง่ายๆ หากคุณต้องการทำร้านก๋วยเตี๋ยวในโซนออฟฟิศ แต่คุณมีพื้นที่วางโต๊ะได้แค่ 4-5 โต๊ะ คุณตั้งราคาขายอยู่ที่ชามละ 40 บาทโดยที่คุณมีกำไรขั้นต้นอยู่ที่ 20 บาท สมมุติว่ารอบนึงคุณขายได้อยู่ที่ 20 หัว โดยวันนึงคุณขายได้ 3 รอบเป็นกลางวัน 2 รอบและตอนเย็น 1 รอบ นั่นหมายถึงคุณจะได้กำไรขั้นต้นอยู่ที่วันละ […]

7 ปัจจัยในการเลือกทำเลร้านอาหาร

  —- จะเลือกทำเลร้านอาหารต้องดูอะไรบ้าง —-   ปัจจัยในการเลือกที่ตั้งของแต่ละคนอาจต่างกัน บางคนอาจให้ความสำคัญเรื่องค่าเช่าเป็นเรื่องหลักเพราะถูกจำกัดด้วยงบประมาณ แต่สำหรับคนที่ไม่มีปัญหาเรื่องเงินลงทุนหรือค่าเช่า อาจจะอยากได้พื้นที่ที่คนพลุกพล่านหรือใกล้รถไฟฟ้ามากกว่า เพราะคนยิ่งเยอะนั่นหมายถึงโอกาสในการขายที่มากขึ้น หรือร้านบางร้านที่ต้องใช้พื้นที่เยอะในการขายและต้องลงทุนเป็นจำนวนมาก เช่น ร้านอาหารบุฟเฟต์หมูกระทะ หรือสวนอาหาร อาจจำเป็นต้องพิจารณาปัจจัยด้านระยะเวลาของสัญญาเช่ารวมไปถึงที่จอดรถมากกว่าร้านอาหารประเภทอื่น การที่เราวิเคราะห์ปัจจัยต่างๆ โดยละเอียดทุกครั้งก่อนตัดสินใจว่าจะไปเปิดที่ไหนนั้น จะทำให้เรามีโอกาสได้ทำเลที่ตรงกับความต้องการของเรามากขึ้น และลดโอกาสที่จะเจ๊งได้ด้วยเช่นเดียวกัน ฉะนั้นลองมาดูปัจจัยในการเลือกทำเลที่ตั้งร้านอาหารกันว่ามีอะไรบ้าง ซึ่งปัจจัยในการเลือกทำเลที่ัตั้งนั้นมีอยู่ด้วยกัน 7 หัวข้อหลักดังนี้   1. กลุ่มลูกค้า (Target market) ถ้าคุณรู้อยู่แล้วว่าคุณต้องการขายอะไร อาหารที่คุณจะขายมีจุดเด่นอย่างไร คุณควรจะมีไอเดียมาบ้างแล้วว่าคุณต้องการที่จะขายใคร ยกตัวอย่างเช่น ถ้าคุณต้องการขายก๋วยเตี๋ยวที่มีจุดเด่นอยู่ที่เนื้อนำเข้า แบรนด์ดิ้งดูน่ารักทันสมัย ราคาขายอยู่ที่ประมาณ 60 – 100 บาท กลุ่มลูกค้าของคุณอาจเป็นพนักงานออฟฟิศในเมืองมากกว่าชาวบ้านทั่วไป ฉะนั้นทำเลที่เหมาะกับคุณอาจเป็นพื้นที่โซนสำนักงานในเมือง เช่น สุขุมวิท พหลโยธิน รัชดา เป็นต้น เพราะเป็นทำเลที่มีกลุ่มลูกค้าที่คุณมองหาอยู่และมีโอกาสเป็นลูกค้าประจำของคุณด้วย หรือถ้าคุณต้องการเปิดสวนอาหารขนาด 100 โต๊ะ คุณคงไม่มองพื้นที่ในเมืองที่มีราคาสูงแน่นอน ฉะนั้นตัวเลือกของคุณอาจเป็นพื้นที่นอกเมือง ที่มีชุมชนหรือคนอาศัยอยู่หนาแน่นแทน พอคุณรู้ว่ามีกลุ่มลูกค้าคุณในทำเลนั้นๆ แล้ว […]

รีวิวสร้างร้านภายใน 30 วัน (ตอนที่ 1- ขั้นตอนวางแผน)

ตอนที่ 1 – ขั้นตอนวางแผน (Planning Stage) พอเราได้ข้อสรุปกันว่าจะทำร้านอาหารอีสาน ก็มาถึงขั้นตอนการประชุมวางคอนเซปต์ร้านอาหารที่เราต้องการที่จะเป็น และสรุปกันได้ว่าจะทำร้านอาหารส้มตำรสชาติแบบต้นตำรับของจังหวดอุบลฯซึ่งเป็นบ้านเกิดของหนึ่งในหุ้นส่วน โดยไม่ปรับเปลี่ยนเลย เพื่อให้คนกรุงเทพฯได้รู้จักรสชาติของอาหารอีสานจริงๆ ซึ่งร้านส้มตำที่มีหลายสาขาแบรนด์อื่นในกรุงเทพฯส่วนใหญ่จะปรับรสชาติให้เหมาะสำหรับคุนกรุงเทพฯ ในเรื่องของราคานั้นเราตั้งใจให้ราคาอยู่ในช่วงที่สามารถจับต้องได้ทุกกลุ่ม คือต่อหัวอยู่ที่ประมาณ 230-250 บาท ราคาอาจสูงกว่าร้านส้มตำข้างทางหรือเป็นเพิงหน่อย แต่ถ้าเทียบกับร้านอาหารทั่วๆไปที่ตามห้างหรือคอมมูนิตี้มอลล์แล้ว ถือว่าราคาไม่ได้สูงมากนัก โดยกลุ่มลูกค้าที่เราตั้งไว้นั้นจะเป็นกลุ่มครอบครัวและพนักงานออฟฟิศที่สามารถมาทานได้บ่อยๆ ซึ่งระหว่างที่เราประชุมคอนเซปต์ของร้าน เราก็ได้ไปลองทานร้านส้มตำหลายๆแบรนด์ในกรุงเทพฯ เพื่อเปรียบเทียบทั้งในเรื่องของโปรดักส์ กลุ่มลูกค้า ช่วงราคา และทำเลที่ตั้ง พอเรารู้แล้วว่าเราจะขายอะไรต่อมาเราก็เริ่มมาดูทำเลที่จะเปิดร้านว่าทำเลแบบไหนถึงจะเหมาะกับร้านและกลุ่มลูกค้าที่เราตั้งไว้ เราตกลงกันว่าสาขาแรกไม่อยากจะลงทุนเยอะทั้งในเรื่องของค่าเช่าและเงินลงทุนตอนต้น ทำให้ทำเลที่เปิดร้านเลยต้องเลือกที่เป็น standalone โดยเราเลือกทำเลย่านราชพฤกษ์ซึ่งเป็นย่านที่พักอาศัยราคาสูง ถึงแม้ผู้คนจะไม่พลุกพล่านเหมือนทำเลในเมือง แต่ก็ถือว่าลูกค้ามีกำลังซื้อ และเป็นทำเลที่หนึ่งในหุ้นส่วนมีร้านอาหารกันอยู่แล้ว ทำให้คุ้นเคยกับกลุ่มลูกค้าย่านนั้นดีและค่าเช่าอยู่ในเกณฑ์ที่เรารับได้ หลังจากที่เราได้ที่ตั้งร้านเรียบร้อยแล้วอยู่ในโครงการ J Arena ตรงข้ามโครงการ The Circle Ratchapruek ก่อนที่จะทำการเซ็นสัญญาเช่าพื้นที่ เราก็เริ่มเอาข้อมูลที่มีทั้งหมดมาวิเคราะห์ความเป็นไปได้โครงการหรือการทำ Feasibility study ว่าในทางทำเล ตลาดและการเงินมีความเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหน การที่เราทำการวิเคราะห์ความเป็นไปได้โครงการ (Feasibility Study) ก่อน จะทำให้เรารู้ว่าค่าเช่าที่เราได้รับ กลุ่มลูกค้าที่เราคาดหวัง ราคาขาย […]

ทำร้านอาหารมีแต่ passion แต่ไม่มีระบบ มันไม่ทำให้อยู่รอดได้นะ

ทุกวันนี้เวลาได้คุยกับคนที่เริ่มมาทำร้านอาหารหรือร้านขนม หลายคนที่ได้คุย ชอบบอกกับผมว่าเค้าอยากทำร้านเพราะเค้าชอบทำอาหาร เวลาทำให้ญาติหรือเพื่อนๆทานก็มีแต่คนบอกว่าอร่อย และเชียร์ให้เปิดร้านขายเลย สุดท้ายหลายคนถึงขั้นยอมออกจากงานเงินเดือนดีๆมาทำ หรือบางคนแทนที่สืบทอดกิจการจากที่บ้านก็ขอที่บ้านมาทำร้านเพราะอยากพิสูจน์ตัวเอง ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตามแต่ การทำอาหารกับ การทำธุรกิจอาหาร มันคนละเรื่องกัน! การมี Passion ในการทำงานย่อมเป็นเรื่องที่ดี เพราะการทำร้านอาหารร้านนึงไม่ว่าจะเป็นร้านเล็กร้านใหญ่ คุณจะต้องพบเจอปัญหาตลอดทางตั้งแต่การเริ่มทำร้าน การคิดเมนู การทำการตลาด ไปจนถึงการบริการ การเงินบัญชี หากใครไม่มี Passion ในการทำร้านตั้งแต่ต้นแล้ว เชื่อว่าคงพับกระเป๋ากลับบ้านได้ในระยะเวลาไม่กี่เดือนแน่นอน แต่การมี Passion อย่างเดียวไม่สามารถทำให้ร้านอยู่รอดได้ แค่อยู่รอดนะ ไม่ได้หมายความจะประสบความสำเร็จด้วยซ้ำ ยกตัวอย่างการทำร้านขนมเล็กๆหนึ่งร้านว่าคุณจะต้องเจออะไรบ้าง อยากแรกเลยคือเรื่องสถานที่ ตอนคุณทำขนมที่บ้านคุณไม่ต้องเสียค่าเช่าที่ ค่าน้ำค่าไฟ ตู้ย็นคุณก็ใช้ของที่บ้านได้ แต่พอคุณทำร้านคุณเอง ไหนจะค่าตกแต่ง ค่าเช่า ค่าน้ำค่าไฟ การวางแผนการเงินการลงทุนก่อนทำร้านถึงมีความสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะจะเป็นตัวกำหนดทิศทางของร้านคุณเลยว่าควรจะไปทางไหน ต่อมาคือเรื่องคน ตอนคุณทำขนมที่บ้าน คุณอยากทำวันไหนก็ได้ วันไหนเหนื่อยก็หยุดพัก แต่พอมาทำร้านจากความชอบกลายเป็นหน้าที่ วันไหนขี้เกียจก็ต้องตื่นมานั่งทำวันหยุดเหมือนคนอื่นๆก็ไม่มี ถึงต่อให้ไม่ทำเองก็ต้องให้ลูกน้องทำ ซึ่งบางวันก็ทำตามมาตรฐานเรา บางวันก็ทำตามใจตัวเอง อร่อยบ้างไม่อร่อยบ้าง ก็ทนให้ลูกค้าด่าไป อยู่ดีๆวันนึงลูกน้องอันประเสริฐของคุณก็ดันออกโดยไม่แจ้งล่วงหน้า แล้วคุณเองก็ดันไม่ได้มีคนสำรองไว้ด้วย งานเข้าเลยทีนี้ ต้องมานั่งวุ่นหาคนมาช่วย […]